Title : ลาดกระบัง
Place : เขตลาดกระบัง
Rate : PG
Type : Short-novel
Author : B e L L e
สวัสดีครับ เรียกผมว่าเก้าก็แล้วกัน ผมเป็นนักเรียนม.6 ธรรมดาๆนี่แหละครับ ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ยากจนอะไร บางคนอาจจะมองว่าผมเป็นพวกเด็กไฮโซบ้านรวยด้วยซ้ำ แต่จริงๆแล้วคนที่รวยน่ะพ่อผมกับแม่ใหญ่(เมียคนแรกของพ่อ)
พอดีผมมีเรื่องเกี่ยวกับพี่ผู้ชายคนนึงมาเล่าให้ฟัง
พี่คนนั้นชื่อพี่เหน่งครับ เค้าเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านตรงข้ามผมไม่นานเท่าไหร่ ตอนนั้นผมอยู่ประมาณม.3 พี่เหน่งอยู่ม.5 บ้านเราถูกกั้นด้วยทางปูน ที่พอให้รถผ่านได้ แต่ก็มีไม่บ่อยนักที่รถจะแล่นผ่านมา ดังนั้นผมเลยสามารถวิ่งไปวิ่งมาระหว่างสองฝั่งทางอย่างสบายๆ
ผมกับพี่เหน่งอาจจะไม่เรียกว่าสนิทกันหรอกมั้งครับ แต่เราก็คุยกันบ่อยนะ เจอกันเราก็ทัก ยิ้มให้กัน มีอะไรผมก็ปรึกษาพี่เหน่งอยู่ตลอด แต่เหมือนผมก็มีโลกส่วนตัวสูง พี่เหน่งก็มีโลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน ดังนั้นในบางเรื่องเราก็เลยไม่ค่อยได้ยุ่งกันมากนัก สำหรับผมเราก็สนิทกันพอควรแหละครับ แต่สำหรับคนอื่นมอง หรือถ้าเทียบกับพี่น้องของคนอื่นๆแล้ว ผมกับพี่เหน่งก็เหมือนคนที่รู้จักกันธรรมดา
พี่เหน่งเป็นคนดีมากๆ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้พี่เหน่งมาเป็นพี่ผมแทนไอ้บ้านั่น..
กอล์ฟ มันเป็นพี่คนละแม่กับผม เผอิญว่าพ่อผมมีเมียสองคน มันลูกเมียใหญ่ ผมน่ะลูกเมียน้อย หึ..ตลกดีมั้ยล่ะ ก็ดีที่มันไม่เคยแกล้งผม ไม่เคยด่ากระทบ ไม่เคยยุ่มย่าม กวนตีน หรือมาทำเบ่งในฐานะที่เป็นลูกเมียใหญ่ แต่สิ่งที่มันทำทุกวันคือทำเหมือนผมไม่มีตัวตน ทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกัน แม่ใหญ่(แม่ไอ้กอล์ฟ)เองก็ไม่เท่าไหร่ มีแต่มันที่ผมไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไรนักหนา แน่นอน พ่อคอยบอกคอยเตือนอยู่ตลอดว่าเป็นพี่น้องให้รักกัน และถ้าพ่อรู้ว่ามันแกล้งผม พ่อคงเอามันตาย ดังนั้นมันคงจะไม่กล้าทำอะไร
แต่จะเชื่อมั้ยว่า ตั้งแต่เริ่มขึ้นประถม มันก็ไม่พูดกับผมอีกเลย ... จนทุกวันนี้ เราก็ไม่ได้คุยกันสักครั้งเดียว
มันฉลาดนะ รู้วิธีหลบเลี่ยงทางที่จะไม่ต้องคุยกับผมแบบแยบยลสุดๆ มันคงทำมาจนชินแล้ว ทั้งพ่อทั้งแม่ใหญ่และแม่ผมก็ไม่เคยจับได้สักครั้งเดียว ... ในทำนองเดียวกัน ผมก็ไม่เคยบอกใครเรื่องนี้เลยสักครั้งเหมือนกัน
ทำไมน่ะเหรอ.. เพราะผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยน่ะสิ
ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจ น้อยใจ โกรธเกลียดหรือชิงชังอะไรมันสักนิด เพราะผมก็มองว่าผมเป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน มันจะอยู่หรือจะไปที่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องของผม
ผมไม่ได้กินข้าวโต๊ะเดียวกับมันด้วยซ้ำ เพราะแม่ผมกับแม่ใหญ่ก็ไม่ได้กินด้วยกัน อย่างว่าล่ะนะ..ถึงแม่ใหญ่จะไม่ได้เกลียดผม แต่เค้าก็คงทำใจเรื่องเมียอีกคนของพ่อไม่ได้อยู่ดี
นั่นสินะ..มาต่อเรื่องพี่เหน่งดีกว่า พี่เหน่งเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านใกล้ๆผมตอนม.5 แล้วพี่เหน่งก็ย้ายมาอยู่โรงเรียนเดียวกับผมด้วย ดังนั้นพี่เหน่งเลยกลายเป็นเด็กใหม่ไปโดยปริยาย
พี่เหน่งไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างอะไร ผมว่าพี่เหน่งหน้าตาดีนะ แต่พี่แกคงมีโลกส่วนตัวสูงล่ะมั้ง ก็เลยไม่ค่อยยุ่งกับใครเท่าไหร่ ผมเห็นเวลาไปไหนมาไหนพี่เหน่งก็ไปคนเดียว บางทีผมอดเห็นใจไม่ได้ก็ไปเดินเป็นเพื่อนบ้าง
ไอ้กอล์ฟก็อยู่โรงเรียนเดียวกับผมเหมือนกัน .. ซึ่งก็เหมือนเดิม เราเจอกันก็แทบไม่ได้สนใจจะมองกันด้วยซ้ำ นานๆครั้งเพื่อนมันที่เดินมาด้วยกันก็ถาม
"เฮ้ย กอล์ฟ น้องมึงไม่ใช่เหรอ"
..แต่ผมไม่ได้ยินเสียงมันตอบอะไร
กอล์ฟมันดังเพราะทั้งหล่อ ทั้งเล่นกีฬาเก่ง สาวงี้ติดตรึม แถมพ่อยังหนุนเงินให้โรงเรียนปีละเป็นแสน ดังนั้นจึงไม่มีใครที่จะจำนามสกุลมันไม่ได้ ในทำนองเดียวกัน ก็ไม่มีใครที่จะไม่สนใจนามสกุลของผมเหมือนกัน
"แกเป็นน้องพี่กอล์ฟเหรอ" เพื่อนผมเคยถาม
ซึ่งผมก็ไม่ได้ตอบอะไรเหมือนกัน ...
ผมไม่ได้ทำคืนสิ่งที่มันทำกับผม เพราะผมไม่ใส่ใจอยู่แล้ว แต่ที่ผมไม่ตอบ เพราะผมไม่รู้จะพูดอะไร.. ผมเลยเข้าใจไอ้กอล์ฟตั้งแต่นั้นมาว่าทำไมเวลาเพื่อนถาม มันถึงไม่ตอบ
ที่ผมบอกไปว่าไม่เคยบอกใครเรื่องที่ไอ้กอล์ฟไม่คุยกับผม ที่จริงแล้วผมลืมไปว่าผมบอกอยู่คนนึง ..ก็พี่เหน่งนั่นแหละ
พี่เหน่งเคยสงสัยว่าทำไมผมกับไอ้กอล์ฟถึงไม่เห็นสนิทกัน
"ก็..ไม่ได้คุยกัน" ผมตอบ
"ทะเลาะกันเหรอ"
"..เปล่า"
"ก็..ไม่ได้คุยกัน มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว" ผมตอบแบบที่ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็เลือกที่จะไม่พูดมากกว่า นี่เห็นว่าเป็นพี่เหน่ง
"เฮ้ย จริงอะ!?"
"อืม" ผมพยักหน้า
"อยู่บ้านเดียวกันเนี่ยนะ"
"มันไม่คุยกับเก้ามาตั้งนานแล้วพี่ แต่พวกผู้ใหญ่เค้าไม่รู้กันหรอก มันหลบหลีกจนชิน" ผมอธิบาย..แบบที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
"แล้วเก้าไม่เสียใจเหรอ"
"ไม่ ก็เฉยๆ ผมก็ไม่มีอะไรจะคุยกับมัน"
"ยังไงเค้าก็เป็นพี่นะ"..
พี่เหน่งชอบพูดแบบนี้ เวลาผมพูดเรื่องไอ้กอล์ฟ ซึ่งก็ไม่บ่อยนักหรอก..
ผมเริ่มมาเกลียดไอ้กอล์ฟจริงจังๆตอนที่รู้ว่ามันแกล้งพี่เหน่งที่โรงเรียน เพราะพี่เหน่งเรียนห้องเดียวกับมัน
ผมพอจะรู้ว่ามันทำตัวนักเลงหน่อยๆมาตั้งนานแล้ว ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไร .. แต่ผมไม่ชอบที่มันจะมาแกล้งพี่เหน่ง พี่ชาย..ที่ผมรักยิ่งกว่ามัน
วันแรกที่เริ่มเห็นพี่เหน่งเจ็บตัว คือผมกลับบ้านมานั่งรอพี่เหน่งอยู่หน้าบ้าน เพราะปกติพี่เหน่งมักจะกลับช้ากว่าผมเสมอ อย่างว่าล่ะนะ เด็กม.5 มีกิจกรรมเยอะกว่าม.3 อยู่แล้ว พอพี่เหน่งกลับมา ผมก็เห็นพี่เหน่งในสภาพที่ไม่ค่อยดี คือตามแขนขาพี่แกมีรอยช้ำ หน้าพี่แกก็มีรอยเขียวๆ
"พี่เหน่ง เป็นอะไร" ผมกระวีกระวาดถามอย่างตกใจ เพราะนิสัยพี่เหน่งไม่ใช่แบบนักเลงอยู่แล้ว
"เปล่า..พอดีเล่นบอล แล้วมันกระแทก" พี่เหน่งตอบยิ้มๆอย่างไม่ใส่ใจ
ตอนนั้นผมเชื่อสนิท โดยไม่ได้สนใจกอล์ฟที่มันก็เพิ่งกลับมาถึงบ้านเช่นกัน..
หลายวันต่อมา พอพวกรอยช้ำของพี่เหน่งเริ่มหาย พี่เหน่งก็กลับมาในสภาพเดิมๆอีก แล้วคำตอบที่ผมได้ก็เหมือนๆเดิมเช่นกันคือ..
"อ๋อ พอดีเล่นบอล แล้วเล่นกันแรงไปหน่อย"
ผมไม่ได้ไม่เชื่อ..แต่ผมเริ่มรู้สึกห่วงพี่เหน่งขึ้นมามาก วันหลังผมเลยโทรบอกแม่ไว้ว่า มีกิจกรรมที่ต้องทำตอนเย็น แล้วก็แอบไปดูว่าพี่เหน่งเล่นบอลประสาอะไรถึงได้ฟกช้ำมาขนาดนั้น ..แต่ภาพที่ผมเห็นไม่ใช่การเล่นบอลธรรมดา
เพราะดูเหมือนกับว่าเวลาที่ไอ้กอล์ฟได้ครองลูก มันจะพยายามเตะให้โดนพี่เหน่งอยู่ตลอด บางทีพี่เหน่งหลบไม่ทันก็จะโดนไปแรงๆตามแขนตามขา หนักสุดคือโดนหน้า
ผมเดาว่าเพื่อนๆคงไม่กล้าว่าอะไรมัน เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นผู้มีอิทธิพลในโรงเรียน แล้วก็อย่างที่บอก..มันสร้างความเคยชินจากการเนียนไม่พูดกับผมแบบไม่มีใครสงสัยมาได้ตลอดตั้งเป็นสิบปี ทำไมแค่นี้ ..แค่แกล้งเตะบอลไปโดนพี่เหน่งไม่ให้เพื่อนรู้ มันจะทำไม่ได้
แต่สำหรับผม ผมรู้ ..และผมโกรธจริงๆ!!
"พี่เหน่ง" ผมไม่รู้ว่าตัวเองมาได้ยังไง แต่พอรู้ตัวอีกทีผมก็ยืนอยู่ข้างสนามแล้ว
พอได้ยินเสียงเรียก พี่เหน่งก็เดินมาหาผม
"ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก" พี่เหน่งถาม
"พอดีวันนี้ผมต้องไปซื้อของ พี่เหน่งพาผมไปหน่อยดิ" ผมอ้างเพราะพี่เหน่งมีมอเตอร์ไซค์
"อ๋อได้"
แล้วพี่เหน่งก็หันไปตะโกนบอกเพื่อนว่าตัวเองต้องไปก่อน ..แต่ผมไม่ได้มองหน้าไอ้กอล์ฟ ผมไม่รู้ว่ามันทำหน้ายังไง
ส่วนหนึ่งที่ผมไม่มอง เพราะผมอาจกลัวว่าตัวเองจะโกรธมาก จนหน้ามืดทำอะไรหลายๆอย่าง อย่างที่จู่ๆมันก็พาตัวผมมาข้างสนามเพื่อมาดึงตัวพี่เหน่งไป
พอผมซ้อนพี่เหน่ง ผมก็บอกให้พี่เหน่งพากลับบ้าน ซึ่งแทนที่พี่เหน่งจะโมโหผม กลับหัวเราะแล้วก็พาผมกลับแต่โดยดี
ผมไปขลุกตัวอยู่ที่บ้านพี่เหน่งเหมือนเคย ผมนั่งจ้องพี่เหน่งไปได้ครู่ใหญ่ๆ เพราะกำลังสะกดกลั้นโทสะที่มันปะทุทุกครั้งที่เห็นรอยช้ำของพี่เหน่ง
"เป็นอะไรไปล่ะเรา" พี่เหน่งคงเห็นว่าผมมองนานเกินไปแล้วล่ะมั้ง
"..มัน.." อารมณ์โกรธของผมยังไม่ดับลงดีนัก "มันทำพี่.."
"อะไร" พี่เหน่งตกใจ เพราะผมพูดกึ่งตะคอก
"ใครก็เห็น...มันแกล้งพี่!!"
"เก้า ใจเย็นๆ"
"กอล์ฟมันแกล้งพี่!!" ผมพูดซ้ำเพราะในหัวมันมีแต่คำพูดนี้ ยิ่งพูดผมก็ยิ่งโกรธมัน
มันมีสิทธิ์อะไรมาแกล้งพี่เหน่ง.. มันคิดว่าตัวเองเป็นใคร
ที่โรงเรียนอาจจะมองว่ามันวิเศษวิโส รูปหล่อพ่อรวย แต่สำหรับผม คนที่ใกล้ชิดกับมันที่สุด..รู้ดี
รู้ดีว่ามันก็แค่คนๆหนึ่ง ที่ไม่ได้มีอะไรเหนือไปกว่าผม
ดังนั้นมันไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรพี่เหน่ง..
ตอนนั้นผมไม่รู้ตัวว่าทำไมผมถึงได้โกรธมันมาก มากจนพอเก็บมาคิดรู้สึกว่ามันมากผิดปกติ
เพราะผมไม่รู้ตัวว่าผม.. ชอบพี่เหน่ง
.
พอกลับบ้าน ผมเห็นไอ้กอล์ฟนั่งอยู่ ผมไม่มองหน้ามัน ผมโกรธมาก
แต่ผมรู้สึกว่ามันแอบมองตามผม ด้วยสายตาแบบไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้สนใจ ผมเอาแต่คิดว่า ผมจะทำยังไง ไม่ให้มันมีครั้งต่อไป.. ไม่ให้พี่เหน่งเจ็บตัวอีก
ผมนึกสงสัยว่าทำไมพี่เหน่งไม่บอกใคร ไม่บอกกระทั่งผม พี่เหน่งทำเหมือนกับว่าพี่เหน่งไม่โกรธเลยสักนิด ซึ่งเป็นไปได้ที่พี่เหน่งจะมองเหมือนคนอื่นๆว่ามันไม่ได้ตั้งใจ .. เพราะเรื่องมัน มีแต่ผมเท่านั้นที่รู้..
จนเวลาผ่านมาประมาณ 3 ปี ตอนนี้ผมอยู่ม.6 พี่เหน่งอยู่ปี 2 ทุกๆอย่างยังเป็นเหมือนๆเดิม ไอ้กอล์ฟยังคอยแกล้งพี่เหน่ง พี่เหน่งยังคงเป็นพี่ที่ดีสำหรับผม และผมยังคง..ชอบพี่เหน่ง
แต่ผมรู้สึกได้ว่าไอ้กอล์ฟแกล้งพี่เหน่งน้อยลง แต่ถึงยังไง..ทุกครั้งที่เห็นพี่เหน่งเจ็บตัวมา ผมก็ไม่เคยหยุดโกรธมันได้สักที
วันนี้ผมก็ทำแผลให้พี่เหน่งเหมือนๆเดิม ผมเริ่มช่วยพี่เหน่งทำแผลตั้งแต่ประมาณม.4 ผมยอมไปฝึกพิธีปฐมพยาบาลกับป้าที่รู้จักกัน เพื่อจะได้ช่วยทำแผลให้พี่เหน่ง
"มันทำให้พี่เจ็บตัวขนาดนี้ พี่จะไปยุ่งกับมันอีกทำไม" ผมถามขึ้นตอนที่ประคบหน้าให้พี่แก
"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน" พี่เหน่งตอบยิ้มๆ "แต่พี่ก็ไม่ได้ไปยุ่งกับมันซักทีนะ มีแต่มันน่ะมายุ่งกับพี่"
เป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้ว่า พี่เหน่งรู้มาตลอด ว่าไอ้กอล์ฟจงใจแกล้ง..
"แล้วพี่ไปสนใจมันทำไม ผมว่าพี่น่าจะอยู่ห่างๆมันไว้"
"ก็..ไม่รู้สิ แต่พี่ไม่ได้รู้สึกว่ามันทำไปเพราะเกลียดหรอกนะ" พี่เหน่งยังคงเล่าด้วยรอยยิ้ม
"เก้าอยู่บ้านเดียวกับมันน่ะ เก้าไม่รู้เหรอว่ามันคิดยังไง"
ผมถึงเพิ่งได้รู้..
ถึงผมจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ไอ้กอล์ฟทำ แต่ผมก็รู้แล้ว ..
ผมเคยบอกว่าผมเป็นคนที่รู้เรื่องมันมากที่สุด ทั้งเรื่องที่มันพยายามแกล้งพี่เหน่ง เรื่องที่มันแกล้งไม่คุยกับผม ..ผมรู้ในสิ่งที่มันทำ ผมรู้จริงๆ.. แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยฉุกคิดสักนิด..อาจเป็นเพราะตั้งแต่วันแรกที่มันทำให้พี่เหน่งเจ็บ ทำให้ผมไม่อยากยุ่งกับมันอีก จนกลายเป็นว่ากว่าจะรู้อีกที.. ผมเลยแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
หรือที่ผมไม่อยากยุ่งกับมัน อาจเป็นเพราะผม รู้ ตั้งแต่แรกที่ผมเห็นว่ามันรู้สึก แบบนี้ .. ผมไม่อยากจดจำ ไม่อยากแน่ใจ ในสิ่งที่ตัวเองรู้ เลยเอาแต่สร้างภูมิคุ้มกันว่าตัวเองโกรธมันอย่างเดียว..
นอกจากที่ผมเห็นมันแกล้งพี่เหน่งบางครั้ง ผมก็ไม่เคยรู้เลยว่าเวลาที่ผมไม่เห็น กอล์ฟกับพี่เหน่งคุยกันยังไง ..เพราะฟังจากที่พี่เหน่งพูด พี่เหน่งก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกับมัน
สิ่งที่ผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจ มันกลับย้อนมาเอาพี่เหน่งของผมไป แบบที่ผมไม่มีโอกาสจะดึงกลับคืนมา
ผมคงได้แต่พูดว่า ผมเสียใจ..
-----------------------------------
เรื่องนี้ก็อาจจะงงกันอีกเหมือนกัน ลองอ่านทวนกันดีๆนะเออ
แล้วมีคำถามมาถามเล่นๆว่า สามคนในเรื่องนี้ คิดว่าใครเป็น เคะ เป็น เมะ บ้างเค๊อะ ?