> ผู้ที่พึ่งเข้ามาเป็นครั้งแรก กรุณาทำความเข้าใจก่อนค่ะ <
Title : ดุสิต
Place : เขตดุสิต
Rate : PG-13
Type : Short-novel
Author : B e L L e
"ถ้าวันไหน คน หรือ เหตุการณ์อะไร ทำให้ผมตัดสินใจเลิกกับอิม ขอให้ผมไม่มีชีวิตอยู่"
"อธิษฐานบ้าอะไรแบบนี้!!"
,, , ,,,, . . .
"โอ๊ยย โว้ยย!!" ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดวิ่งหลบฝนเข้ามาในบ้าน ก่อนจะตะโกนเรียกชื่อแฟนหนุ่ม
"พรต!!"
"..ครับ" ทว่าเสียงตอบเหมือนอยู่ไกลลิบ
"อยู่ไหนน่ะ"
"มาแล้วๆ" เสียงใกล้เข้ามา แล้วอิมก็ได้เห็นว่าพรตมีผ้าขนหนูและเสื้อผ้าติดไม้ติดมือมาด้วย
"ทำไมไม่ทำโรงรถติดกับบ้านนะ ?" อิมบ่นทั้งที่ตัวเปียกปอน
"ก็ไม่ได้สร้างตอนฝนตกนี่" อีกฝ่ายพูดพลางเอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้
"วันนี้ไปดูกล่องไม้ที่ร้านแล้ว มันหายไปไหนแล้วไม่รู้" อิมพูด .. เป็นที่รู้กันว่าเขาเห็นกล่องไม้สีโอ๊คแกะสลักแล้วชอบ จึงตั้งใจจะซื้อมา
"ขายไปแล้วมั้ง"
"นั่นสิ"
"นี่..ชุดฉัน เอาไปใส่ก่อน เดี๋ยวปอดบวม" พรตยื่นชุดให้ อีกฝ่ายจึงหยิบและวิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้าน
บ้านหลังนี้เป็นของพรต เขาเคยเล่าให้อิมฟังว่า สมัยเด็กอาศัยอยู่กับป้า แต่ตอนนี้ป้าเสียชีวิตแล้วจึงอยู่คนเดียว ส่วนเรื่องพ่อและแม่นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก ทำให้ตอนนี้ชีวิตเขาจึงเหลือเพียงบ้านและการรับผิดชอบตัวเอง
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อคาดว่าอิมจะเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว พรตจึงเปิดประตูห้องนอนเข้าไป
"ฉันเห็นนี่.." คนภายในห้องพูดพร้อมกับชูซองถุงยาง
"ฉันซื้อมาเองล่ะ" เจ้าของห้องรับมาไว้ในมือ
"ก็ใช่น่ะสิ!! นายจะซื้อมาทำไม ฉันจะไม่นอนกับนายหรอกนะจะบอกให้"
"ซื้อมาเฉยๆผิดด้วยเหรอ" พรตลอยหน้าลอยตา
"นี่..ฉันเอาไว้ในนี้นะ ฐานที่ตั้งลับ" พรตเปิดลิ้นชักที่เผยให้เห็นช่องทางเก็บของ ซึ่งอิมรู้ดีว่ามันเอาไว้เก็บโลกส่วนตัวของอีกฝ่าย
"เผื่อนายอยากได้ก็มาหยิบไปเลย"
"ไอ้บ้า!!" คำๆนี้แทบจะเป็นคำประจำตัวของอิมไปแล้ว
"ก็จะเป็นไอ้บ้าของนายคนเดียวเนี่ยล่ะ" พรตพูดพลางลูบหัวแฟนของเขาเบาๆ
ความสัมพันธ์ของพวกเขาสวยงามมาตลอด โดยที่พรตถึงกับเคยไปไหว้พระอธิษฐานร่วมกับอิมมาแล้ว
"เมื่อกี๊ขอว่าอะไร" อิมเอ่ยถาม
"ขอให้เรารักกันทุกชาติๆ"
"นายเป็นโกโบริเหรอ?"
"โกโบริเขาพูดแบบนี้ด้วยหรือไง"
"นายนี่กวนสมาธิ ฉันต้องอธิษฐานใหม่เลย"
"ครับๆ"
"ถ้าวันไหน คน หรือ เหตุการณ์อะไร ทำให้ผมตัดสินใจเลิกกับอิม ขอให้ผมไม่มีชีวิตอยู่"
"อธิษฐานบ้าอะไรแบบนี้!!" อิมรีบตีแขนแฟนหนุ่ม
"มันแปลว่าฉันไม่มีวันหยุดรักนายไงล่ะ"
"อย่างงั้นก็เหอะ พูดแบบนี้มันไม่ดีนะ"
แล้วอิมก็หลับตานิ่งไปสักพัก
"นายล่ะอธิษฐานอะไร" ทันที่อิมลืมตา พรตก็ร้องถาม
"เขาว่าถ้าบอกคนอื่นจะไม่ศักดิ์สิทธิ์นะ"
"มีด้วยเหรอ?"
เรื่องราวความสัมพันธ์ของพวกเขาดำเนินมาได้เกือบครบสองปีเต็ม โดยดูเหมือนคำอธิษฐานของพวกเขาทำให้ความรักมากมายขึ้นทุกวัน
พ่อของอิมยอมรับพรตในฐานะ'ลูกเขย'เป็นอย่างดี ..ซึ่งเวลาไปไหนมาไหน พรตก็ไม่เคยรู้สึกแย่เวลาที่พ่อของอิมไปด้วย เปรียบเสมือนทุกๆคนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเดียวกัน
"กุ้งอร่อยครับพ่อ" พรตพูดพลางตักกุ้งเผาที่เขาจัดการใช้ช้อนและส้อมแกะเปลือกออกจนหมดให้พ่อของอิม
"ขอบใจลูก"
"นี่ๆ แกะให้พ่อแล้วก็แกะให้ลูกด้วยสิ" อิมเอ่ยแซว
แล้วจู่ๆเสียงมือถือไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น
"เปลี่ยนเสียงมือถือใหม่เหรอ" อิมถามแฟนหนุ่ม
"ไม่ใช่ของฉันหรอก"
เสียงในร้านออกจะดัง จึงไม่แปลกอะไรที่เสียงมือถือของใครคนอื่นจะดังจนทำเขาสะดุ้ง
"แล้วนี่..พ่อจะทานของหวานอะไรไหมฮะ" พรตถาม
"เอาใจแต่พ่อนะ" อิมแกล้งพูด
"งั้นวันนี้ไปนอนบ้านฉันสิ จะเอาให้เต็มที่เลย"
"อะแฮ่ม" คุณพ่อถึงกับอดรนทนไม่ได้
"ไอ้บ้า ทะลึ่ง!" อิมพูดพลางบิดแขนแฟนหนุ่มเบาๆ
"เอาใจๆ แหมพูดผิดนิดเดียวเอง" แล้วหมาป่าเจ้าเล่ห์ก็ต้องยอมลูกแกะน้อยอยู่ร่ำไป
"อยากกอดแบบนี้ไปตลอดเลย" พรตนั่งกอดอิมจากทางด้านหลังขณะที่นั่งดูหนังด้วยกันภายในห้อง
"เว่อร์ๆ นี่ก็หวานจนคนรอบข้างเขาเอียนกันหมดแล้ว" อิมพยายามผลักออก หากก็ทำไปด้วยความเขิน
"รักอิมที่ซู้ดดด"
"รักพรตเหมือนกันคร้าบบ"
"อิม.." พรตเรียกเบาๆก่อนจะผลักอิมให้ล้มลงไปยังที่นอน แล้วจึงเอาตัวเองขึ้นคร่อม
"ทำอะไรเนี่ย" อิมตกใจ
"ก็ทำแบบนี้ไง.." ชายหนุ่มเคลื่อนหน้าลงไปใกล้อีกฝ่าย..ก่อนจะจักกะจี้ซะจนอิมต้องหัวเราะออกมา
"ไอ้บ้า หยุดเลย พอเลย ฮ่าๆ" อิมทั้งพยายามปัดป้องทั้งพยายามกลั้นหัวเราะ
ทั้งสองคนมีความสุขร่วมกันมากเสียจนต้องเสียดายความรู้สึกเหล่านี้แน่ๆ หากต้องเลิกรากันไป..
บ่ายวันหนึ่ง ผู้เป็นพ่อของอิมออกไปซื้อต้นไม้ที่ร้าน ..อาจจะเป็นจริงที่เขาว่ายิ่งอายุมากขึ้นจะอยากใช้ชีวิตอยู่กับการดูแลต้นไม้ ..เพราะมันทั้งไม่มีปัญหา และทั้งให้ความรู้สึกร่มรื่นอีกด้วย
แม้การออกไปพบเจอกับสังคมที่วุ่นวายในมหานครจะเป็นเรื่องที่ต้องทำประจำทุกวัน แต่อย่างน้อยเมื่อกลับเข้ามาบ้านแลเห็นต้นไม้ต้นเล็กๆเรียงรายกันก็ทำให้รู้สึกมีความสุข
คุณพ่อได้ต้นไม้ต้นเล็กๆมาเพิ่มสองสามต้น แล้วจึงเดินลัดเลาะไปทางริมตึกที่เรียงรายกัน เพื่อจะนั่งรถเมล์กลับบ้าน .. อาจเป็นความบังเอิญที่พรตก็ยืนอยู่ไกลจากนั้นไม่มากนัก หากเขาคงมองไม่เห็นคุณพ่อ ..ซึ่งพรตกำลังทำท่าราวกับทักทายเพื่อนคนหนึ่ง แต่อะไรบางอย่างในมือจึงทำให้มันดูจะไม่ใช่ แค่การทักทาย นัก แม้จะมองจากที่ไกลๆแต่ก็พอมองเห็นว่ามีการส่งต่ออะไรบางอย่างระหว่างการจับมือทักทายกัน
ผู้เป็นพ่อมองดู'ลูกเขย'อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินผ่านไปอย่างเงียบๆ
พรตกลับไปถึงบ้านราวๆ 2 ทุ่ม ซึ่ง อิม แฟนหนุ่มของเขาก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"วันนี้กลับค่ำจัง" อิมกล่าวทัก
"อ๋อ พอดีช่วยพี่เขาขนของนิดหน่อยน่ะ"
"พรต วันนี้ไปดูหนังกันไหม?"
"ไม่ล่ะ..โทษที..ฉัน..เอ่อ...มันดึกแล้วน่ะ"
"ดึกเหรอ ?" อิมงง เพราะนาฬิกาเพิ่งจะบอกเวลา 2 ทุ่มเท่านั้น
"อืม.."
"โอเค.. งั้นเดี๋ยวดูเอชบีโอแทนก็ได้"
แม้จะเป็นการปฏิเสธธรรมดา หากอิมไม่รู้เลยว่า มันจะเป็นต้นเหตุแห่งการแตกแยกของพวกเขา!
"พรต!! ฉันซื้อข้าวผัดมาฝากแหน่ะ"
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อจึงขานรับ ก่อนจะปิดพับฝามือถือเครื่องหนึ่งที่กำลังเปิดดูอยู่ แล้วจึงลงมาหาแฟนของเขา
"..นายว่าถ้าเรา..เลิกกัน ฉันจะตายไหม ?" จู่ๆพรตก็ถามขึ้น
"นายเป็นบ้าอะไร!? อย่ามาถามอย่างนี้นะ!!" อิมไม่ชอบการพูดถึงเรื่องพวกนี้นัก เพราะไม่ว่าจะ ตาย หรือ เลิกกัน ต่างก็เป็นลางร้ายทั้งสิ้น
"ไปเที่ยวผับกันไหม?" วันหนึ่ง พรตก็กล่าวชวน
อาจจะดูเป็นเรื่องแปลกไปสักหน่อยสำหรับพวกเขา เพราะอิมแพ้บุหรี่ พวกเขาจึงไม่ได้ไปเที่ยวกลางคืนกันบ่อยนัก ..ซึ่งโดยปกติถ้าไม่ใช่เพื่อนคนอื่นชวนไป ทั้งคู่ก็ไม่คิดจะไปเลย
"ฉันแพ้บุหรี่นะ" เมื่อมาถึง อิมก็จัดการใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกไว้ ซึ่งดูเหมือนพรตจะไม่สนใจนัก เขาเดินนำแฟนหนุ่มไปยังกลุ่มเพื่อน แล้วจัดการดื่มเหล้าเข้าไปเสียมากมาย
อิมจึงได้แต่มองดูอย่างไม่เข้าใจ..
เมื่อเริ่มเมา ชายหนุ่มจึงหันไปคว้าตัวใครคนหนึ่งมาเต้นโอบด้วย เรียกว่าไม่เกรงใจสายตาอิมกันเลย ..ซึ่งเขาไม่เคยเป็นคนแบบนี้ ..พรตที่ไม่กินเหล้า พรตที่ไม่เสเพล ..เป็นอะไรไป!?
"นายเป็นอะไรของนาย!" อิมเอ่ยถามกับตัวเอง
และหลังจากคืนนั้น พรตก็ทำตัวย่ำแย่ให้เขาเห็นอยู่บ่อยครั้ง ..แม้ในบางทีจะทนไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คอยให้อภัยอีกฝ่ายอยู่เสมอคือ 'ความรัก'
"ฉันทำตัวแย่ไหมอิม?" พรตเคยเอ่ยถามเมื่อเมามาก
"ก็..นิดหน่อยล่ะมั้ง" ชายหนุ่มตอบได้ไม่เต็มปาก
"แล้วทำไมไม่เลิกซะล่ะ"
คำถามเหล่านี้วนมากระทบกระทั่งความสัมพันธ์ของพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง และสิ่งที่ตามมามักจะเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีสำหรับความสัมพันธ์ของตัวเอง ..ซึ่งมันมักจะแรงขึ้น และแรงขึ้นทุกครั้งที่ทะเลาะกัน..
ช่วงหลัง พรตเลิกเที่ยวกลางคืน เลิกเสเพล หากก็ใส่ใจอิมน้อยลงๆ และเอ่ยคำลากันบ่อยขึ้น
"อิม เราเลิกกันเถอะ"
"ว่าอะไรนะ"
"....เลิกกันเถอะ"
"ฉันทำผิดอะไร"
"นายไม่ผิด ฉันสิผิด"
"ไม่เป็นไร คนเรามันผิดกันได้ ถึงนายจะไปเที่ยวไปสนุกก็เถอะ ฉันไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้น"
"นายจะทนอยู่ทำไม ฉันไม่ใช่คนมีค่าอะไร"
"นายไม่รักฉันแล้วเหรอ"
"อย่ามาถามฉันแบบนี้!!"
"นายมาตะคอกฉันทำไม บ้าไปแล้วเหรอ??"
ทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันเสียงดัง ยิ่งเรื่องมันเริ่มมาจาก ความไม่เป็นเรื่อง ยิ่งทำให้อิมหัวเสียหนัก
"นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้พูดอะไรแบบนี้!!"
"นายไม่ชอบก็ไม่ต้องทนสิ"
"อะไรนักหนา!!? ทำไมหมู่นี้นายพูดบ่อยจัง!!"
"ฉันดูแลนายไม่ได้" พรตคุกเข่าก้มหน้า อิมรู้ดีว่าแฟนของเขาเริ่มจะร้องไห้ "ฉันอยู่กับนายไม่ได้.."
"ไม่ใช่หยั่งงั้นนะ พรต" อิมพยายามก้มไปกอดปลอบใจ หากแต่โดนอีกฝ่ายสะบัดออกมาเต็มแรง
"เออ!!" อิมจึงโยนผ้าขนหนูใส่พรตด้วยความหงุดหงิด
"แล้วทำให้หัวเย็นลงซะมั่งนะ!!"
ชายหนุ่มเดินย่ำเท้าออกไป โดยทิ้งให้อีกฝ่ายร้องไห้อยู่เพียงลำพัง
การไปๆมาๆระหว่างบ้านเขากับบ้านพรตเริ่มลดครั้งลงเรื่อยๆ ..แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเลย ..น่าแปลกที่แทบจะเรียกได้ว่าพรตซึ่งเป็นคนเอ่ยคำขอเลิกบ่อยครั้ง กลับไปเยี่ยมบ้านอิมบ่อยกว่าที่อิมมาบ้านเขาเสียอีก ตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มทะเลาะกัน..
อิมไม่แน่ใจในความสัมพันธ์เช่นนี้ ดูเหมือนพรตพยายามจะตัดความสัมพันธ์แต่เขาก็ไม่ยอมทำจริงๆจังๆเสียที ..แม้จะทุกข์ใจบ้าง และเสียใจบ้าง แต่ก็มักมีเส้นใยบางๆมาปลดปล่อยคำว่า ไม่เป็นไร ภายในใจของอิมอยู่เสมอ
เป็นอีกวันที่อิมขับรถไปบ้านแฟนของเขา .. ชายหนุ่มมองหาเจ้าของบ้าน แต่ก็ไม่พบ ครั้นจะตะโกนเรียกแบบที่แต่ก่อนเคยทำประจำก็กลัวจะเป็นเหตุให้ทะเลาะกันเสียเปล่าๆ จึงตัดสินใจเดินหา.. และสถานที่ที่อีกฝ่ายน่าจะอยู่ที่สุดก็ควรจะเป็นห้องนอน
อิมกำลังจะเรียกแฟนของเขาจากหน้าห้อง แต่ก็ได้ยินเสียงเหมือนกับพรตกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
"ใครน่ะ!!" เสียงพรตพูดกับปลายสาย
เมื่ออิมกำลังจะผลักประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียง
"ไม่ใช่!! ... ไม่มีโว้ย!!"
เขาจึงชะงัก.. และคิดว่าไม่ควรจะเปิดเข้าไปตอนนี้
อิมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ สถานะของพวกเขาสามารถคุยกันทุกเรื่องได้เหมือนเมื่อก่อนหรือไม่ จึงไม่คิดที่จะอยู่พูดคุยและช่วยให้อีกฝ่ายผ่อนคลายความเครียดลง ซึ่งฟังจากน้ำเสียงที่คุยกับปลายสายแล้วดูจะร้อนรนไม่น้อยทีเดียว
เมื่อยิ่งคิดว่าถ้าตนเองอยู่ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดีเช่นนี้ อาจเป็นชนวนให้ทะเลาะกันเสียความรู้สึกเปล่าๆ จึงตัดสินใจกลับออกไปอย่างเงียบๆ
ตกกลางคืน เสียงโทรศัพท์มือถือของอิมก็ดังขึ้นในขณะที่เขากำลังนั่งทำโปรเจ็คต์อยู่ ..เมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์ของพรต
อิมรีบกดรับ ..แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมา ..มีเพียงความเงียบที่เข้าปกคลุม จนชายหนุ่มพยายามเรียกย้ำหลายครั้ง
"ฮัลโหล พรต มีอะไรรึเปล่า ?"
"พรต"
"พรต ฮัลโหล.."
"เอ่อ..ขอโทษ ฉันโทรผิด" ซึ่งคำตอบที่ตอบกลับมายิ่งเพิ่มคำถามในใจของอิมอีกมากมาย
เวลาเริ่มเดินไปเรื่อยๆ กับความสัมพันธ์ที่ดูท่าจะแย่ลงเรื่อยๆคู่ขนานกันไปจนทำให้อิมทรมาน.. เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร..? ..มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ..คำถามวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากยิ่งคิดหาคำตอบก็ยิ่งสับสน ..
เหมือนกับวงกลมที่ไม่ทราบจุดเริ่ม และมองไม่เห็นจุดจบ ..จนกว่าจะลบส่วนใดส่วนหนึ่งของมันไป
ซึ่งการทำแบบนั้นก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน...
วันหนึ่ง อิมเดินผ่านไปทางคณะของพรต หมายจะชวนไปกินไอศครีมด้วยกันต่อ ..แต่มองเห็นอีกฝ่ายกำลังคุยกับเพื่อนด้วยสีหน้าจริงจัง จึงหยุดยืนฟังก่อน
"ฉันอยากเลิกกับอิมว่ะ แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไง" คำว่า เลิกกัน ถูกพูดออกมาบ่อยจนอิมไม่ตกใจแล้ว
"แกก็พูดออกไปตรงๆดิวะ"
"แกพูดหยั่งกับเขาจะยอมฟังฉันง่ายๆหยั่งงั้นล่ะ"
"เราเคยรักกันมากนะ" พรตพูด
"แล้วตอนนี้..แกยังรักเขาอยู่รึเปล่า ?"
ทว่า ไม่มีเสียงตอบกลับของพรตแม้แต่นิดเดียว ..
.. เมื่อเห็นดังนั้น อิมจึงตีรถไปหาพ่อที่บ้าน ชายหนุ่มมีท่าทางหัวเสียไม่น้อย
"ลูกเขยพ่อชอบทำอะไรให้เป็นเรื่องวุ่นวายจังเลย" อิมกระแทกเป้ลงบนเบาะ
"..อะไรนะ" ผู้เป็นพ่อได้ยินไม่ถนัด
"ทั้งๆที่เรา..รักกันดี" เสียงชายหนุ่มเริ่มอ่อนลง
"ทั้งๆที่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้... หมู่นี้เขาดู.." แต่ชายหนุ่มก็ชะงักไว้ เพราะดูเหมือนยิ่งพูด จะยิ่งเป็นการทำร้ายจิตใจตัวเอง ซึ่งดูท่าผู้เป็นพ่อก็เข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
"ผมไม่รู้ว่าผมผิดอะไร"
"อิม..เรื่องบางเรื่อง อาจไม่ใช่เพราะมีใครผิดก็ได้นะ.."
ผู้เป็นพ่อให้คำตอบเพียงแค่นั้น
ตกเย็น..อิมขับรถไปที่บ้านของพรตเพื่อที่จะเคลียร์ให้รู้เรื่องเพราะเขาเริ่มที่จะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
"พยายามมากเลยนี่.. ถึงกับไปปรึกษาเพื่อนเชียว" อิมกระแทกกระทั้นใส่
"รู้ด้วยเหรอ?"
"เรียกว่ารู้มาตั้งนานแล้วดีกว่า"
"งั้นก็เลิกกับฉันซะสิ"
"ทำไมนายถึงพูดเหมือนกับว่ามันง่ายมากเลยล่ะ!?"
"มันก็ง่ายนิดเดียว อิม ..แค่นาย.. ออกไป"
"แล้วทำไมถึงไม่เป็นนายล่ะที่ออกไป!!!"
"ก็เพราะนายน่ะสิที่เข้ามาอยู่ในชีวิตฉันน่ะ!!"
"มันเป็นความผิดของฉันคนเดียวเหรอ?? นายเป็นอะไร!?.. เกิดบ้าอะไรขึ้นมา!!?" น้ำตาของอิมเริ่มล้นเอ่อ ..จนถึงนาทีนี้ เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาทำผิดอะไร
"อิม..ไสหัวออกไป" พรตกัดฟันพูดเสียงแข็ง
หากน้ำตาของอิมกลับยิ่งไหลออกมาอย่างไม่มีอาการเก็บกัก
"ฉันรู้ว่านายอยากให้ฉันออกไปจากชีวิตนาย แต่ฉันทำไม่ได้ ..นายก็รู้ว่าฉันรักนายมาก"
"นายหมดรักฉันแล้วเหรอ!!!?" อิมตะคอกออกมาอย่างเหลืออด
แต่เมื่อสิ้นประโยค พรตจึงเลือกที่จะหยิบปืนสั้นออกมาจ่อที่หัวตัวเอง พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาเรื่อยๆเช่นกัน
"หยุดนะ!!! ทำบ้าอะไร!!!?" อิมเย็นสันหลังวาบ เขาตกใจเกินกว่าจะประมวลความคิดว่าแฟนของเขามีปืนไว้ในครอบครองได้อย่างไร!?
"ถ้าไม่อยากให้ทำก็ออกไปซะสิ!! ออกไปจากชีวิตฉันซะที!!" น้ำตาของพรตยิ่งไหลรินลงมาเรื่อยๆ หากมือก็ยังไม่ยอมปล่อยจากปืนนั้น
เมื่อไม่มีทางเลือก อิมจึงต้องทำตาม แม้เขาจะโกรธและเสียใจมากก็ตามที่ถูกอีกฝ่ายไล่เหมือนกับไม่มีค่าอะไร
"โถ่เว้ย!!!"
"ไอ้...!" แต่อิมก็ขยักไว้เท่านั้น เพราะเขาก็ไม่สามารถหักห้ามใจด่าแฟนของเขาได้ ดังนั้นจึงกระชากผ้าม่านที่ซื้อด้วยกันให้ขาดยับลงมาจนหมด อิมทำไปเพราะโกรธจัด ทั้งโกรธและเสียใจ..
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือเก็บข้าวของของตัวเองและเดินหันหลังออกจากบ้านพรตมา
อิมไปๆมาๆระหว่างบ้านพรต สัมภาระของเขาจึงไม่เยอะนัก ..ชายหนุ่มขับรถกลับไปที่บ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อกลับไปถึงบ้าน เขาเพียงยกมือไหว้ผู้เป็นพ่อโดยไม่ได้ทักทายอะไร ก่อนจะรีบเดินขึ้นห้อง
อิมหากล่องเปล่าๆมาสองสามกล่องแล้วหยิบจับของที่เป็นของพรตจากบนโต๊ะข้างเตียงมาใส่ในกล่องจนหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งเสื้อตัวที่เขากำลังใส่อยู่ เขาจำได้ว่าแฟนหนุ่มเป็นผู้ซื้อให้ จึงจัดการถอดออกอย่างไม่ใยดี และกระแทกลงไปในกล่องกระดาษลัง พ่อยืนมองอยู่ห่างๆโดยไม่ได้พูดอะไร
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อกันเลย รวมทั้งพ่อของอิมก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เรียงใดๆจนกระทั่งลูกชายเริ่มเปิดอกคุยเอง
"ไอ้รักตลอดกาลน่ะ..มันไม่มีจริงใช่ไหมครับพ่อ ?"
"พ่อว่าสำหรับบางคนก็มี แต่อีกบางคน..ก็ไม่มีนะ ดังนั้นมันยากที่จะพูดว่ามีจริงหรือไม่มีจริง"
"แล้วสำหรับพ่อล่ะครับ ?"
"พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน.. แต่จนถึงตอนนี้ พ่อก็ยังรักแม่อิมอยู่นะ .. รักเหมือนกับวันแรกที่เจอกันนั่นแหละ"
ชายหนุ่มเข้าใจในคำตอบของผู้เป็นพ่อดี เพราะจนถึงตอนนี้ก็ 11 ปีแล้วที่แม่เสียชีวิตไป..
"ผมก็ยังรักลูกเขยของพ่ออยู่นะ" อิมทำพูดติดตลกเพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดมากจนเกินไปนัก
"แต่เขาคงไม่รักผมอีกแล้วล่ะ"
ผู้เป็นพ่อมองลูกชายครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
จนเวลาผ่านไป 1 ปี หนึ่งปีที่ผ่านมาควรจะเป็นปีที่สามของพวกเขา มันกลับกลายเป็นวันที่ว่างเปล่า ซึ่งมันยิ่งทำให้โลกหดหู่มากยิ่งขึ้นเมื่ออิมได้ยินข่าวว่า พรตเสียชีวิตลงแล้ว
เขารู้ข่าวโดยที่ไปงานศพอดีตแฟนหนุ่มไม่ทัน และรู้เพียงว่าพรตถูกยิง
จึงตัดสินใจไปที่บ้านของพรตแทน ..ตอนนี้ภายในบ้านเงียบงัน ว่างเปล่า ..ไร้ซึ่งเงาของสิ่งมีชีวิต
อิมเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับพ่อของเขา ..ชายหนุ่มทำสีหน้าเฉยชา ตอนนี้หัวเขาตีบตัน คิดสิ่งใดไม่ออกทั้งสิ้น อิมเดินขึ้นไปยังห้องนอนของพรตซึ่งอยู่ชั้นสองของบ้าน
บรรยากาศภายในห้องนอนซึ่งเคยเป็นของเขามาแล้วชั่วระยะเวลาหนึ่งยังคงเหมือนเดิม มีเพียงบางจุดที่สิ่งของต่างๆดูแปลกตาไป ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเปิดดูในลิ้นชักที่มีช่องลับสำหรับใส่สิ่งของส่วนตัวของพรต เพื่อจะดูว่ากระทั่งสิ่งของในนี้จะยังเปลี่ยนไปด้วยหรือเปล่า
อิมผงะเล็กน้อย เมื่อเขาได้เห็นซองใสๆบรรจุเม็ดยาสีขาวเล็กๆหลายเม็ดวางซ้อนทับกันอยู่ ..ใต้ซองเหล่านั้นมีสมุดเล่มเล็กๆที่เปิดกางอยู่มองเห็นชื่อคนเรียงกันลงมาพร้อมกับตัวเลขหลักร้อยจำนวนต่างกันไป กว่าครึ่งมีเครื่องหมายถูกกำกับอยู่หลังชื่อ
ชายหนุ่มหยิบสมุดเล่มเล็กมาพลิกดูเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเข้าใจนั้น ถูก หรือไม่ .. หน้าก่อนหน้านั้นมีรายชื่อในลักษณะเดียวกันเต็มไปหมด แต่ล้วนแล้วแต่มีเครื่องหมายถูกอยู่หลังชื่อทั้งสิ้น บ้างก็มีเครื่องหมายดอกจันกำกับไว้ว่า รับของเพิ่ม หรือ ยังจ่ายไม่หมด
อิมขมวดคิ้วใช้ความคิดก่อนจะค่อยๆพลิกไปหน้าหลังๆ แล้วหน้าหนึ่งที่ควรจะว่างเปล่า ก็มีประโยคปรากฏอยู่
' ต่อให้พยายามกี่ครั้ง ฉันก็เอาตัวเองออกไปจากอิมไม่ได้จริงๆ ' ..
' อิม ฉันขอโทษด้วย แต่มันเป็นวิธีเดียวที่เราจะเลิกกัน.. '
' ไม่อยากเป็นแบบนี้ .. อยากเป็นไอ้บ้าของอิมอย่างเดียว '
ชายหนุ่มจึงปิดสมุดลง แล้วใช้มือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาช้าๆ เขาอึ้งกับภาพที่ตัวเองเห็น ถึงจะไม่ได้รู้อะไรละเอียดมากนัก แต่เขาก็พอได้สาเหตุการเสียชีวิตของพรตอยู่ในหัวแล้ว
อิมวางสมุดและปิดลิ้นชักไว้ตามเดิม เขาเดินมานั่งลงบนเตียง ภาพแห่งความทรงจำหวนกลับมาเรียกรอยยิ้มและน้ำตาของเขาอย่างยากจะหยุด ..อิมเอื้อมมือไปคว้าหมอนของพรตเพื่อจะเอามากอดไว้ แต่แล้วเขาก็มองเห็นกล่องของขวัญขนาดย่อมกล่องหนึ่งวางอยู่ใต้นั้น
ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูช้าๆ แล้วก็ได้เห็นการ์ดเล็กๆที่เขียนไว้ว่า " to.. อิม "
เมื่อเขาเปิดดูก็พบว่าเป็นกล่องไม้สีโอ๊คกล่องเล็กๆที่เขาเคยอยากได้ พรตคงตั้งใจซื้อให้เขา ..อิมมั่นใจว่าอีกฝ่ายซื้อหลังจากที่พวกเขาเลิกรากันแล้ว เพราะตลอดช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่มีของสิ่งนี้มาให้เขาเห็นเลยสักนิดเดียว
และแล้วชายหนุ่มก็ไปสะดุดสายตาอยู่ที่มือถือหน้าตาไม่คุ้นนัก ซึ่งวางอยู่ข้างโทรทัศน์
"เปลี่ยนเสียงมือถือใหม่เหรอ"
"ไม่ใช่ของฉันหรอก"
อิมปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาเรื่อยๆโดยไม่เช็ด และเปิดดูข้อความต่างๆที่ถูกส่งมายังมือถือเครื่องนี้ ข้อความมีไม่เยอะนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่นัดหมายอะไรบางอย่าง แต่ที่ทำให้อิมสนใจมากที่สุดดูจะเป็นข้อความที่ขึ้นหัวข้อว่า " พรต อ่านด่วน!! "
" ตอนนี้ไอ้เคมันเริ่มรู้แหล่งของเราแล้ว ระวังนะพรต อย่าให้มันสาวมาถึงแก หรือคนรอบตัวแกเด็ดขาด ไม่งั้นมันเอาตายหมดแน่ "
เมื่อดูวันที่ก็พบว่าข้อความนี้ถูกส่งมาเมื่อราวๆปีที่แล้ว .. และอิมก็จำได้ดีว่าช่วงเดือนนั้นที่พวกเขาเริ่มจะระหองระแหงต่อกัน ..ชายหนุ่มใช้เวลาทบทวนความคิดเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนจะยกมือข้างที่ไม่ได้จับโทรศัพท์ขึ้นมาปิดปากไว้ไม่ให้เสียงร้องไห้ดังออกมา
"..นายว่าถ้าเรา..เลิกกัน ฉันจะตายไหม ?"
"ฉันดูแลนายไม่ได้"
"ฉันอยู่กับนายไม่ได้.."
"ฉันอยากเลิกกับอิมว่ะ แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไง"
อิมร้องไห้หนักขึ้น แต่ก็พยายามกดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ให้มากที่สุด จึงไม่ได้สังเกตว่าพ่อยืนเฝ้าดูอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้ว
"อิม.." เสียงพ่อของเขาร้องเรียกอย่างเป็นห่วง ชายหนุ่มจึงหันไปมองก่อนจะพูดปนเสียงสะอื้นว่า
".. จนถึงตอนนี้เขาก็ยังรักผมอยู่"
Title : ดุสิต
Place : เขตดุสิต
Rate : PG-13
Type : Short-novel
Author : B e L L e
"ถ้าวันไหน คน หรือ เหตุการณ์อะไร ทำให้ผมตัดสินใจเลิกกับอิม ขอให้ผมไม่มีชีวิตอยู่"
"อธิษฐานบ้าอะไรแบบนี้!!"
,, , ,,,, . . .
"โอ๊ยย โว้ยย!!" ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดวิ่งหลบฝนเข้ามาในบ้าน ก่อนจะตะโกนเรียกชื่อแฟนหนุ่ม
"พรต!!"
"..ครับ" ทว่าเสียงตอบเหมือนอยู่ไกลลิบ
"อยู่ไหนน่ะ"
"มาแล้วๆ" เสียงใกล้เข้ามา แล้วอิมก็ได้เห็นว่าพรตมีผ้าขนหนูและเสื้อผ้าติดไม้ติดมือมาด้วย
"ทำไมไม่ทำโรงรถติดกับบ้านนะ ?" อิมบ่นทั้งที่ตัวเปียกปอน
"ก็ไม่ได้สร้างตอนฝนตกนี่" อีกฝ่ายพูดพลางเอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้
"วันนี้ไปดูกล่องไม้ที่ร้านแล้ว มันหายไปไหนแล้วไม่รู้" อิมพูด .. เป็นที่รู้กันว่าเขาเห็นกล่องไม้สีโอ๊คแกะสลักแล้วชอบ จึงตั้งใจจะซื้อมา
"ขายไปแล้วมั้ง"
"นั่นสิ"
"นี่..ชุดฉัน เอาไปใส่ก่อน เดี๋ยวปอดบวม" พรตยื่นชุดให้ อีกฝ่ายจึงหยิบและวิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้าน
บ้านหลังนี้เป็นของพรต เขาเคยเล่าให้อิมฟังว่า สมัยเด็กอาศัยอยู่กับป้า แต่ตอนนี้ป้าเสียชีวิตแล้วจึงอยู่คนเดียว ส่วนเรื่องพ่อและแม่นั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก ทำให้ตอนนี้ชีวิตเขาจึงเหลือเพียงบ้านและการรับผิดชอบตัวเอง
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อคาดว่าอิมจะเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว พรตจึงเปิดประตูห้องนอนเข้าไป
"ฉันเห็นนี่.." คนภายในห้องพูดพร้อมกับชูซองถุงยาง
"ฉันซื้อมาเองล่ะ" เจ้าของห้องรับมาไว้ในมือ
"ก็ใช่น่ะสิ!! นายจะซื้อมาทำไม ฉันจะไม่นอนกับนายหรอกนะจะบอกให้"
"ซื้อมาเฉยๆผิดด้วยเหรอ" พรตลอยหน้าลอยตา
"นี่..ฉันเอาไว้ในนี้นะ ฐานที่ตั้งลับ" พรตเปิดลิ้นชักที่เผยให้เห็นช่องทางเก็บของ ซึ่งอิมรู้ดีว่ามันเอาไว้เก็บโลกส่วนตัวของอีกฝ่าย
"เผื่อนายอยากได้ก็มาหยิบไปเลย"
"ไอ้บ้า!!" คำๆนี้แทบจะเป็นคำประจำตัวของอิมไปแล้ว
"ก็จะเป็นไอ้บ้าของนายคนเดียวเนี่ยล่ะ" พรตพูดพลางลูบหัวแฟนของเขาเบาๆ
ความสัมพันธ์ของพวกเขาสวยงามมาตลอด โดยที่พรตถึงกับเคยไปไหว้พระอธิษฐานร่วมกับอิมมาแล้ว
"เมื่อกี๊ขอว่าอะไร" อิมเอ่ยถาม
"ขอให้เรารักกันทุกชาติๆ"
"นายเป็นโกโบริเหรอ?"
"โกโบริเขาพูดแบบนี้ด้วยหรือไง"
"นายนี่กวนสมาธิ ฉันต้องอธิษฐานใหม่เลย"
"ครับๆ"
"ถ้าวันไหน คน หรือ เหตุการณ์อะไร ทำให้ผมตัดสินใจเลิกกับอิม ขอให้ผมไม่มีชีวิตอยู่"
"อธิษฐานบ้าอะไรแบบนี้!!" อิมรีบตีแขนแฟนหนุ่ม
"มันแปลว่าฉันไม่มีวันหยุดรักนายไงล่ะ"
"อย่างงั้นก็เหอะ พูดแบบนี้มันไม่ดีนะ"
แล้วอิมก็หลับตานิ่งไปสักพัก
"นายล่ะอธิษฐานอะไร" ทันที่อิมลืมตา พรตก็ร้องถาม
"เขาว่าถ้าบอกคนอื่นจะไม่ศักดิ์สิทธิ์นะ"
"มีด้วยเหรอ?"
เรื่องราวความสัมพันธ์ของพวกเขาดำเนินมาได้เกือบครบสองปีเต็ม โดยดูเหมือนคำอธิษฐานของพวกเขาทำให้ความรักมากมายขึ้นทุกวัน
พ่อของอิมยอมรับพรตในฐานะ'ลูกเขย'เป็นอย่างดี ..ซึ่งเวลาไปไหนมาไหน พรตก็ไม่เคยรู้สึกแย่เวลาที่พ่อของอิมไปด้วย เปรียบเสมือนทุกๆคนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเดียวกัน
"กุ้งอร่อยครับพ่อ" พรตพูดพลางตักกุ้งเผาที่เขาจัดการใช้ช้อนและส้อมแกะเปลือกออกจนหมดให้พ่อของอิม
"ขอบใจลูก"
"นี่ๆ แกะให้พ่อแล้วก็แกะให้ลูกด้วยสิ" อิมเอ่ยแซว
แล้วจู่ๆเสียงมือถือไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น
"เปลี่ยนเสียงมือถือใหม่เหรอ" อิมถามแฟนหนุ่ม
"ไม่ใช่ของฉันหรอก"
เสียงในร้านออกจะดัง จึงไม่แปลกอะไรที่เสียงมือถือของใครคนอื่นจะดังจนทำเขาสะดุ้ง
"แล้วนี่..พ่อจะทานของหวานอะไรไหมฮะ" พรตถาม
"เอาใจแต่พ่อนะ" อิมแกล้งพูด
"งั้นวันนี้ไปนอนบ้านฉันสิ จะเอาให้เต็มที่เลย"
"อะแฮ่ม" คุณพ่อถึงกับอดรนทนไม่ได้
"ไอ้บ้า ทะลึ่ง!" อิมพูดพลางบิดแขนแฟนหนุ่มเบาๆ
"เอาใจๆ แหมพูดผิดนิดเดียวเอง" แล้วหมาป่าเจ้าเล่ห์ก็ต้องยอมลูกแกะน้อยอยู่ร่ำไป
"อยากกอดแบบนี้ไปตลอดเลย" พรตนั่งกอดอิมจากทางด้านหลังขณะที่นั่งดูหนังด้วยกันภายในห้อง
"เว่อร์ๆ นี่ก็หวานจนคนรอบข้างเขาเอียนกันหมดแล้ว" อิมพยายามผลักออก หากก็ทำไปด้วยความเขิน
"รักอิมที่ซู้ดดด"
"รักพรตเหมือนกันคร้าบบ"
"อิม.." พรตเรียกเบาๆก่อนจะผลักอิมให้ล้มลงไปยังที่นอน แล้วจึงเอาตัวเองขึ้นคร่อม
"ทำอะไรเนี่ย" อิมตกใจ
"ก็ทำแบบนี้ไง.." ชายหนุ่มเคลื่อนหน้าลงไปใกล้อีกฝ่าย..ก่อนจะจักกะจี้ซะจนอิมต้องหัวเราะออกมา
"ไอ้บ้า หยุดเลย พอเลย ฮ่าๆ" อิมทั้งพยายามปัดป้องทั้งพยายามกลั้นหัวเราะ
ทั้งสองคนมีความสุขร่วมกันมากเสียจนต้องเสียดายความรู้สึกเหล่านี้แน่ๆ หากต้องเลิกรากันไป..
บ่ายวันหนึ่ง ผู้เป็นพ่อของอิมออกไปซื้อต้นไม้ที่ร้าน ..อาจจะเป็นจริงที่เขาว่ายิ่งอายุมากขึ้นจะอยากใช้ชีวิตอยู่กับการดูแลต้นไม้ ..เพราะมันทั้งไม่มีปัญหา และทั้งให้ความรู้สึกร่มรื่นอีกด้วย
แม้การออกไปพบเจอกับสังคมที่วุ่นวายในมหานครจะเป็นเรื่องที่ต้องทำประจำทุกวัน แต่อย่างน้อยเมื่อกลับเข้ามาบ้านแลเห็นต้นไม้ต้นเล็กๆเรียงรายกันก็ทำให้รู้สึกมีความสุข
คุณพ่อได้ต้นไม้ต้นเล็กๆมาเพิ่มสองสามต้น แล้วจึงเดินลัดเลาะไปทางริมตึกที่เรียงรายกัน เพื่อจะนั่งรถเมล์กลับบ้าน .. อาจเป็นความบังเอิญที่พรตก็ยืนอยู่ไกลจากนั้นไม่มากนัก หากเขาคงมองไม่เห็นคุณพ่อ ..ซึ่งพรตกำลังทำท่าราวกับทักทายเพื่อนคนหนึ่ง แต่อะไรบางอย่างในมือจึงทำให้มันดูจะไม่ใช่ แค่การทักทาย นัก แม้จะมองจากที่ไกลๆแต่ก็พอมองเห็นว่ามีการส่งต่ออะไรบางอย่างระหว่างการจับมือทักทายกัน
ผู้เป็นพ่อมองดู'ลูกเขย'อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินผ่านไปอย่างเงียบๆ
พรตกลับไปถึงบ้านราวๆ 2 ทุ่ม ซึ่ง อิม แฟนหนุ่มของเขาก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"วันนี้กลับค่ำจัง" อิมกล่าวทัก
"อ๋อ พอดีช่วยพี่เขาขนของนิดหน่อยน่ะ"
"พรต วันนี้ไปดูหนังกันไหม?"
"ไม่ล่ะ..โทษที..ฉัน..เอ่อ...มันดึกแล้วน่ะ"
"ดึกเหรอ ?" อิมงง เพราะนาฬิกาเพิ่งจะบอกเวลา 2 ทุ่มเท่านั้น
"อืม.."
"โอเค.. งั้นเดี๋ยวดูเอชบีโอแทนก็ได้"
แม้จะเป็นการปฏิเสธธรรมดา หากอิมไม่รู้เลยว่า มันจะเป็นต้นเหตุแห่งการแตกแยกของพวกเขา!
"พรต!! ฉันซื้อข้าวผัดมาฝากแหน่ะ"
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อจึงขานรับ ก่อนจะปิดพับฝามือถือเครื่องหนึ่งที่กำลังเปิดดูอยู่ แล้วจึงลงมาหาแฟนของเขา
"..นายว่าถ้าเรา..เลิกกัน ฉันจะตายไหม ?" จู่ๆพรตก็ถามขึ้น
"นายเป็นบ้าอะไร!? อย่ามาถามอย่างนี้นะ!!" อิมไม่ชอบการพูดถึงเรื่องพวกนี้นัก เพราะไม่ว่าจะ ตาย หรือ เลิกกัน ต่างก็เป็นลางร้ายทั้งสิ้น
"ไปเที่ยวผับกันไหม?" วันหนึ่ง พรตก็กล่าวชวน
อาจจะดูเป็นเรื่องแปลกไปสักหน่อยสำหรับพวกเขา เพราะอิมแพ้บุหรี่ พวกเขาจึงไม่ได้ไปเที่ยวกลางคืนกันบ่อยนัก ..ซึ่งโดยปกติถ้าไม่ใช่เพื่อนคนอื่นชวนไป ทั้งคู่ก็ไม่คิดจะไปเลย
"ฉันแพ้บุหรี่นะ" เมื่อมาถึง อิมก็จัดการใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูกไว้ ซึ่งดูเหมือนพรตจะไม่สนใจนัก เขาเดินนำแฟนหนุ่มไปยังกลุ่มเพื่อน แล้วจัดการดื่มเหล้าเข้าไปเสียมากมาย
อิมจึงได้แต่มองดูอย่างไม่เข้าใจ..
เมื่อเริ่มเมา ชายหนุ่มจึงหันไปคว้าตัวใครคนหนึ่งมาเต้นโอบด้วย เรียกว่าไม่เกรงใจสายตาอิมกันเลย ..ซึ่งเขาไม่เคยเป็นคนแบบนี้ ..พรตที่ไม่กินเหล้า พรตที่ไม่เสเพล ..เป็นอะไรไป!?
"นายเป็นอะไรของนาย!" อิมเอ่ยถามกับตัวเอง
และหลังจากคืนนั้น พรตก็ทำตัวย่ำแย่ให้เขาเห็นอยู่บ่อยครั้ง ..แม้ในบางทีจะทนไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คอยให้อภัยอีกฝ่ายอยู่เสมอคือ 'ความรัก'
"ฉันทำตัวแย่ไหมอิม?" พรตเคยเอ่ยถามเมื่อเมามาก
"ก็..นิดหน่อยล่ะมั้ง" ชายหนุ่มตอบได้ไม่เต็มปาก
"แล้วทำไมไม่เลิกซะล่ะ"
คำถามเหล่านี้วนมากระทบกระทั่งความสัมพันธ์ของพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง และสิ่งที่ตามมามักจะเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีสำหรับความสัมพันธ์ของตัวเอง ..ซึ่งมันมักจะแรงขึ้น และแรงขึ้นทุกครั้งที่ทะเลาะกัน..
ช่วงหลัง พรตเลิกเที่ยวกลางคืน เลิกเสเพล หากก็ใส่ใจอิมน้อยลงๆ และเอ่ยคำลากันบ่อยขึ้น
"อิม เราเลิกกันเถอะ"
"ว่าอะไรนะ"
"....เลิกกันเถอะ"
"ฉันทำผิดอะไร"
"นายไม่ผิด ฉันสิผิด"
"ไม่เป็นไร คนเรามันผิดกันได้ ถึงนายจะไปเที่ยวไปสนุกก็เถอะ ฉันไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้น"
"นายจะทนอยู่ทำไม ฉันไม่ใช่คนมีค่าอะไร"
"นายไม่รักฉันแล้วเหรอ"
"อย่ามาถามฉันแบบนี้!!"
"นายมาตะคอกฉันทำไม บ้าไปแล้วเหรอ??"
ทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันเสียงดัง ยิ่งเรื่องมันเริ่มมาจาก ความไม่เป็นเรื่อง ยิ่งทำให้อิมหัวเสียหนัก
"นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้พูดอะไรแบบนี้!!"
"นายไม่ชอบก็ไม่ต้องทนสิ"
"อะไรนักหนา!!? ทำไมหมู่นี้นายพูดบ่อยจัง!!"
"ฉันดูแลนายไม่ได้" พรตคุกเข่าก้มหน้า อิมรู้ดีว่าแฟนของเขาเริ่มจะร้องไห้ "ฉันอยู่กับนายไม่ได้.."
"ไม่ใช่หยั่งงั้นนะ พรต" อิมพยายามก้มไปกอดปลอบใจ หากแต่โดนอีกฝ่ายสะบัดออกมาเต็มแรง
"เออ!!" อิมจึงโยนผ้าขนหนูใส่พรตด้วยความหงุดหงิด
"แล้วทำให้หัวเย็นลงซะมั่งนะ!!"
ชายหนุ่มเดินย่ำเท้าออกไป โดยทิ้งให้อีกฝ่ายร้องไห้อยู่เพียงลำพัง
การไปๆมาๆระหว่างบ้านเขากับบ้านพรตเริ่มลดครั้งลงเรื่อยๆ ..แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเลย ..น่าแปลกที่แทบจะเรียกได้ว่าพรตซึ่งเป็นคนเอ่ยคำขอเลิกบ่อยครั้ง กลับไปเยี่ยมบ้านอิมบ่อยกว่าที่อิมมาบ้านเขาเสียอีก ตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มทะเลาะกัน..
อิมไม่แน่ใจในความสัมพันธ์เช่นนี้ ดูเหมือนพรตพยายามจะตัดความสัมพันธ์แต่เขาก็ไม่ยอมทำจริงๆจังๆเสียที ..แม้จะทุกข์ใจบ้าง และเสียใจบ้าง แต่ก็มักมีเส้นใยบางๆมาปลดปล่อยคำว่า ไม่เป็นไร ภายในใจของอิมอยู่เสมอ
เป็นอีกวันที่อิมขับรถไปบ้านแฟนของเขา .. ชายหนุ่มมองหาเจ้าของบ้าน แต่ก็ไม่พบ ครั้นจะตะโกนเรียกแบบที่แต่ก่อนเคยทำประจำก็กลัวจะเป็นเหตุให้ทะเลาะกันเสียเปล่าๆ จึงตัดสินใจเดินหา.. และสถานที่ที่อีกฝ่ายน่าจะอยู่ที่สุดก็ควรจะเป็นห้องนอน
อิมกำลังจะเรียกแฟนของเขาจากหน้าห้อง แต่ก็ได้ยินเสียงเหมือนกับพรตกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
"ใครน่ะ!!" เสียงพรตพูดกับปลายสาย
เมื่ออิมกำลังจะผลักประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียง
"ไม่ใช่!! ... ไม่มีโว้ย!!"
เขาจึงชะงัก.. และคิดว่าไม่ควรจะเปิดเข้าไปตอนนี้
อิมไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ สถานะของพวกเขาสามารถคุยกันทุกเรื่องได้เหมือนเมื่อก่อนหรือไม่ จึงไม่คิดที่จะอยู่พูดคุยและช่วยให้อีกฝ่ายผ่อนคลายความเครียดลง ซึ่งฟังจากน้ำเสียงที่คุยกับปลายสายแล้วดูจะร้อนรนไม่น้อยทีเดียว
เมื่อยิ่งคิดว่าถ้าตนเองอยู่ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดีเช่นนี้ อาจเป็นชนวนให้ทะเลาะกันเสียความรู้สึกเปล่าๆ จึงตัดสินใจกลับออกไปอย่างเงียบๆ
ตกกลางคืน เสียงโทรศัพท์มือถือของอิมก็ดังขึ้นในขณะที่เขากำลังนั่งทำโปรเจ็คต์อยู่ ..เมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์ของพรต
อิมรีบกดรับ ..แต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมา ..มีเพียงความเงียบที่เข้าปกคลุม จนชายหนุ่มพยายามเรียกย้ำหลายครั้ง
"ฮัลโหล พรต มีอะไรรึเปล่า ?"
"พรต"
"พรต ฮัลโหล.."
"เอ่อ..ขอโทษ ฉันโทรผิด" ซึ่งคำตอบที่ตอบกลับมายิ่งเพิ่มคำถามในใจของอิมอีกมากมาย
เวลาเริ่มเดินไปเรื่อยๆ กับความสัมพันธ์ที่ดูท่าจะแย่ลงเรื่อยๆคู่ขนานกันไปจนทำให้อิมทรมาน.. เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร..? ..มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ..คำถามวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากยิ่งคิดหาคำตอบก็ยิ่งสับสน ..
เหมือนกับวงกลมที่ไม่ทราบจุดเริ่ม และมองไม่เห็นจุดจบ ..จนกว่าจะลบส่วนใดส่วนหนึ่งของมันไป
ซึ่งการทำแบบนั้นก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน...
วันหนึ่ง อิมเดินผ่านไปทางคณะของพรต หมายจะชวนไปกินไอศครีมด้วยกันต่อ ..แต่มองเห็นอีกฝ่ายกำลังคุยกับเพื่อนด้วยสีหน้าจริงจัง จึงหยุดยืนฟังก่อน
"ฉันอยากเลิกกับอิมว่ะ แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไง" คำว่า เลิกกัน ถูกพูดออกมาบ่อยจนอิมไม่ตกใจแล้ว
"แกก็พูดออกไปตรงๆดิวะ"
"แกพูดหยั่งกับเขาจะยอมฟังฉันง่ายๆหยั่งงั้นล่ะ"
"เราเคยรักกันมากนะ" พรตพูด
"แล้วตอนนี้..แกยังรักเขาอยู่รึเปล่า ?"
ทว่า ไม่มีเสียงตอบกลับของพรตแม้แต่นิดเดียว ..
.. เมื่อเห็นดังนั้น อิมจึงตีรถไปหาพ่อที่บ้าน ชายหนุ่มมีท่าทางหัวเสียไม่น้อย
"ลูกเขยพ่อชอบทำอะไรให้เป็นเรื่องวุ่นวายจังเลย" อิมกระแทกเป้ลงบนเบาะ
"..อะไรนะ" ผู้เป็นพ่อได้ยินไม่ถนัด
"ทั้งๆที่เรา..รักกันดี" เสียงชายหนุ่มเริ่มอ่อนลง
"ทั้งๆที่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้... หมู่นี้เขาดู.." แต่ชายหนุ่มก็ชะงักไว้ เพราะดูเหมือนยิ่งพูด จะยิ่งเป็นการทำร้ายจิตใจตัวเอง ซึ่งดูท่าผู้เป็นพ่อก็เข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
"ผมไม่รู้ว่าผมผิดอะไร"
"อิม..เรื่องบางเรื่อง อาจไม่ใช่เพราะมีใครผิดก็ได้นะ.."
ผู้เป็นพ่อให้คำตอบเพียงแค่นั้น
ตกเย็น..อิมขับรถไปที่บ้านของพรตเพื่อที่จะเคลียร์ให้รู้เรื่องเพราะเขาเริ่มที่จะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
"พยายามมากเลยนี่.. ถึงกับไปปรึกษาเพื่อนเชียว" อิมกระแทกกระทั้นใส่
"รู้ด้วยเหรอ?"
"เรียกว่ารู้มาตั้งนานแล้วดีกว่า"
"งั้นก็เลิกกับฉันซะสิ"
"ทำไมนายถึงพูดเหมือนกับว่ามันง่ายมากเลยล่ะ!?"
"มันก็ง่ายนิดเดียว อิม ..แค่นาย.. ออกไป"
"แล้วทำไมถึงไม่เป็นนายล่ะที่ออกไป!!!"
"ก็เพราะนายน่ะสิที่เข้ามาอยู่ในชีวิตฉันน่ะ!!"
"มันเป็นความผิดของฉันคนเดียวเหรอ?? นายเป็นอะไร!?.. เกิดบ้าอะไรขึ้นมา!!?" น้ำตาของอิมเริ่มล้นเอ่อ ..จนถึงนาทีนี้ เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาทำผิดอะไร
"อิม..ไสหัวออกไป" พรตกัดฟันพูดเสียงแข็ง
หากน้ำตาของอิมกลับยิ่งไหลออกมาอย่างไม่มีอาการเก็บกัก
"ฉันรู้ว่านายอยากให้ฉันออกไปจากชีวิตนาย แต่ฉันทำไม่ได้ ..นายก็รู้ว่าฉันรักนายมาก"
"นายหมดรักฉันแล้วเหรอ!!!?" อิมตะคอกออกมาอย่างเหลืออด
แต่เมื่อสิ้นประโยค พรตจึงเลือกที่จะหยิบปืนสั้นออกมาจ่อที่หัวตัวเอง พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาเรื่อยๆเช่นกัน
"หยุดนะ!!! ทำบ้าอะไร!!!?" อิมเย็นสันหลังวาบ เขาตกใจเกินกว่าจะประมวลความคิดว่าแฟนของเขามีปืนไว้ในครอบครองได้อย่างไร!?
"ถ้าไม่อยากให้ทำก็ออกไปซะสิ!! ออกไปจากชีวิตฉันซะที!!" น้ำตาของพรตยิ่งไหลรินลงมาเรื่อยๆ หากมือก็ยังไม่ยอมปล่อยจากปืนนั้น
เมื่อไม่มีทางเลือก อิมจึงต้องทำตาม แม้เขาจะโกรธและเสียใจมากก็ตามที่ถูกอีกฝ่ายไล่เหมือนกับไม่มีค่าอะไร
"โถ่เว้ย!!!"
"ไอ้...!" แต่อิมก็ขยักไว้เท่านั้น เพราะเขาก็ไม่สามารถหักห้ามใจด่าแฟนของเขาได้ ดังนั้นจึงกระชากผ้าม่านที่ซื้อด้วยกันให้ขาดยับลงมาจนหมด อิมทำไปเพราะโกรธจัด ทั้งโกรธและเสียใจ..
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือเก็บข้าวของของตัวเองและเดินหันหลังออกจากบ้านพรตมา
อิมไปๆมาๆระหว่างบ้านพรต สัมภาระของเขาจึงไม่เยอะนัก ..ชายหนุ่มขับรถกลับไปที่บ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อกลับไปถึงบ้าน เขาเพียงยกมือไหว้ผู้เป็นพ่อโดยไม่ได้ทักทายอะไร ก่อนจะรีบเดินขึ้นห้อง
อิมหากล่องเปล่าๆมาสองสามกล่องแล้วหยิบจับของที่เป็นของพรตจากบนโต๊ะข้างเตียงมาใส่ในกล่องจนหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งเสื้อตัวที่เขากำลังใส่อยู่ เขาจำได้ว่าแฟนหนุ่มเป็นผู้ซื้อให้ จึงจัดการถอดออกอย่างไม่ใยดี และกระแทกลงไปในกล่องกระดาษลัง พ่อยืนมองอยู่ห่างๆโดยไม่ได้พูดอะไร
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อกันเลย รวมทั้งพ่อของอิมก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เรียงใดๆจนกระทั่งลูกชายเริ่มเปิดอกคุยเอง
"ไอ้รักตลอดกาลน่ะ..มันไม่มีจริงใช่ไหมครับพ่อ ?"
"พ่อว่าสำหรับบางคนก็มี แต่อีกบางคน..ก็ไม่มีนะ ดังนั้นมันยากที่จะพูดว่ามีจริงหรือไม่มีจริง"
"แล้วสำหรับพ่อล่ะครับ ?"
"พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน.. แต่จนถึงตอนนี้ พ่อก็ยังรักแม่อิมอยู่นะ .. รักเหมือนกับวันแรกที่เจอกันนั่นแหละ"
ชายหนุ่มเข้าใจในคำตอบของผู้เป็นพ่อดี เพราะจนถึงตอนนี้ก็ 11 ปีแล้วที่แม่เสียชีวิตไป..
"ผมก็ยังรักลูกเขยของพ่ออยู่นะ" อิมทำพูดติดตลกเพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดมากจนเกินไปนัก
"แต่เขาคงไม่รักผมอีกแล้วล่ะ"
ผู้เป็นพ่อมองลูกชายครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
จนเวลาผ่านไป 1 ปี หนึ่งปีที่ผ่านมาควรจะเป็นปีที่สามของพวกเขา มันกลับกลายเป็นวันที่ว่างเปล่า ซึ่งมันยิ่งทำให้โลกหดหู่มากยิ่งขึ้นเมื่ออิมได้ยินข่าวว่า พรตเสียชีวิตลงแล้ว
เขารู้ข่าวโดยที่ไปงานศพอดีตแฟนหนุ่มไม่ทัน และรู้เพียงว่าพรตถูกยิง
จึงตัดสินใจไปที่บ้านของพรตแทน ..ตอนนี้ภายในบ้านเงียบงัน ว่างเปล่า ..ไร้ซึ่งเงาของสิ่งมีชีวิต
อิมเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับพ่อของเขา ..ชายหนุ่มทำสีหน้าเฉยชา ตอนนี้หัวเขาตีบตัน คิดสิ่งใดไม่ออกทั้งสิ้น อิมเดินขึ้นไปยังห้องนอนของพรตซึ่งอยู่ชั้นสองของบ้าน
บรรยากาศภายในห้องนอนซึ่งเคยเป็นของเขามาแล้วชั่วระยะเวลาหนึ่งยังคงเหมือนเดิม มีเพียงบางจุดที่สิ่งของต่างๆดูแปลกตาไป ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเปิดดูในลิ้นชักที่มีช่องลับสำหรับใส่สิ่งของส่วนตัวของพรต เพื่อจะดูว่ากระทั่งสิ่งของในนี้จะยังเปลี่ยนไปด้วยหรือเปล่า
อิมผงะเล็กน้อย เมื่อเขาได้เห็นซองใสๆบรรจุเม็ดยาสีขาวเล็กๆหลายเม็ดวางซ้อนทับกันอยู่ ..ใต้ซองเหล่านั้นมีสมุดเล่มเล็กๆที่เปิดกางอยู่มองเห็นชื่อคนเรียงกันลงมาพร้อมกับตัวเลขหลักร้อยจำนวนต่างกันไป กว่าครึ่งมีเครื่องหมายถูกกำกับอยู่หลังชื่อ
ชายหนุ่มหยิบสมุดเล่มเล็กมาพลิกดูเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเข้าใจนั้น ถูก หรือไม่ .. หน้าก่อนหน้านั้นมีรายชื่อในลักษณะเดียวกันเต็มไปหมด แต่ล้วนแล้วแต่มีเครื่องหมายถูกอยู่หลังชื่อทั้งสิ้น บ้างก็มีเครื่องหมายดอกจันกำกับไว้ว่า รับของเพิ่ม หรือ ยังจ่ายไม่หมด
อิมขมวดคิ้วใช้ความคิดก่อนจะค่อยๆพลิกไปหน้าหลังๆ แล้วหน้าหนึ่งที่ควรจะว่างเปล่า ก็มีประโยคปรากฏอยู่
' ต่อให้พยายามกี่ครั้ง ฉันก็เอาตัวเองออกไปจากอิมไม่ได้จริงๆ ' ..
' อิม ฉันขอโทษด้วย แต่มันเป็นวิธีเดียวที่เราจะเลิกกัน.. '
' ไม่อยากเป็นแบบนี้ .. อยากเป็นไอ้บ้าของอิมอย่างเดียว '
ชายหนุ่มจึงปิดสมุดลง แล้วใช้มือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาช้าๆ เขาอึ้งกับภาพที่ตัวเองเห็น ถึงจะไม่ได้รู้อะไรละเอียดมากนัก แต่เขาก็พอได้สาเหตุการเสียชีวิตของพรตอยู่ในหัวแล้ว
อิมวางสมุดและปิดลิ้นชักไว้ตามเดิม เขาเดินมานั่งลงบนเตียง ภาพแห่งความทรงจำหวนกลับมาเรียกรอยยิ้มและน้ำตาของเขาอย่างยากจะหยุด ..อิมเอื้อมมือไปคว้าหมอนของพรตเพื่อจะเอามากอดไว้ แต่แล้วเขาก็มองเห็นกล่องของขวัญขนาดย่อมกล่องหนึ่งวางอยู่ใต้นั้น
ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูช้าๆ แล้วก็ได้เห็นการ์ดเล็กๆที่เขียนไว้ว่า " to.. อิม "
เมื่อเขาเปิดดูก็พบว่าเป็นกล่องไม้สีโอ๊คกล่องเล็กๆที่เขาเคยอยากได้ พรตคงตั้งใจซื้อให้เขา ..อิมมั่นใจว่าอีกฝ่ายซื้อหลังจากที่พวกเขาเลิกรากันแล้ว เพราะตลอดช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่มีของสิ่งนี้มาให้เขาเห็นเลยสักนิดเดียว
และแล้วชายหนุ่มก็ไปสะดุดสายตาอยู่ที่มือถือหน้าตาไม่คุ้นนัก ซึ่งวางอยู่ข้างโทรทัศน์
"เปลี่ยนเสียงมือถือใหม่เหรอ"
"ไม่ใช่ของฉันหรอก"
อิมปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาเรื่อยๆโดยไม่เช็ด และเปิดดูข้อความต่างๆที่ถูกส่งมายังมือถือเครื่องนี้ ข้อความมีไม่เยอะนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่นัดหมายอะไรบางอย่าง แต่ที่ทำให้อิมสนใจมากที่สุดดูจะเป็นข้อความที่ขึ้นหัวข้อว่า " พรต อ่านด่วน!! "
" ตอนนี้ไอ้เคมันเริ่มรู้แหล่งของเราแล้ว ระวังนะพรต อย่าให้มันสาวมาถึงแก หรือคนรอบตัวแกเด็ดขาด ไม่งั้นมันเอาตายหมดแน่ "
เมื่อดูวันที่ก็พบว่าข้อความนี้ถูกส่งมาเมื่อราวๆปีที่แล้ว .. และอิมก็จำได้ดีว่าช่วงเดือนนั้นที่พวกเขาเริ่มจะระหองระแหงต่อกัน ..ชายหนุ่มใช้เวลาทบทวนความคิดเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนจะยกมือข้างที่ไม่ได้จับโทรศัพท์ขึ้นมาปิดปากไว้ไม่ให้เสียงร้องไห้ดังออกมา
"..นายว่าถ้าเรา..เลิกกัน ฉันจะตายไหม ?"
"ฉันดูแลนายไม่ได้"
"ฉันอยู่กับนายไม่ได้.."
"ฉันอยากเลิกกับอิมว่ะ แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไง"
อิมร้องไห้หนักขึ้น แต่ก็พยายามกดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ให้มากที่สุด จึงไม่ได้สังเกตว่าพ่อยืนเฝ้าดูอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้ว
"อิม.." เสียงพ่อของเขาร้องเรียกอย่างเป็นห่วง ชายหนุ่มจึงหันไปมองก่อนจะพูดปนเสียงสะอื้นว่า
".. จนถึงตอนนี้เขาก็ยังรักผมอยู่"
. .. . ... . . . . .
Evergreen by Hyde
. . . . . . . . . . .
ถ้าอยากรู้ว่าอิมอธิษฐานว่าอะไร ลองนึกถึงเรื่องเจ้าหญิงนิทราสิเค๊อะ