Title : My Mistake is Calling You ( 'Cause it makes me love you ) [5]
Rate : PG-15
Type : Short-Novel
Author : B e L L e
Plot Outline : โบ หนุ่มปี 4 ซึ่งไปฝึกงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง แอบปิ๊งสาวที่ไปสมัครงานที่นั่น ..เมื่อคิดจะไปแฮปเบอร์เธอก็ดันเกิดเรื่องผิดพลาดที่ทำให้ได้เบอร์ของผู้ชายอีกคนมาซะงั้น! หญิงสาวที่เขาแอบปิ๊งจึงกลายเป็นสาวประเภทสองเสียงใหญ่สุดๆไปโดยปริยายในสายตาของตัวเอง ..แล้วเรื่องราวจะลงเอยอย่างไรล่ะหนอ
หมายเหตุ : เรื่องนี้ทั้งบ้า ทั้งรั่ว กรุณาทำใจก่อนอ่าน ผู้เขียนเขียนด้วยอารมณ์อะไรไม่รู้
นี่แหละค่ะ เรื่องสั้นหนูทดลอง เรื่องแรก ( ซึ่งแต่งจบทีหลังเรื่องที่สอง 55 ) ลองอ่านกันดูนะคะ ..ขอบอกว่าเรื่อง ก็แฟนผมเค้าเคร่งศาสนา ยังมีอะไรมาให้คิดบ้าง แต่เรื่องนี้ ไม่มีเลย!! -- ----"
<< Previous Part | Part 5 | Next Part >>
"ผลการสมัครงานเป็นยังไงมั่งครับ" อ๋องโทรไปติดตามผลงานยังบริษัทที่เขาไปยื่นใบสมัคร
"ยังพิจารณาไม่เรียบร้อยเลยค่ะ คงต้องรบกวนโทรมาใหม่อีกทีอาทิตย์หน้าเนาะ" ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทตอบด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร ซึ่งหนุ่มอ๋องก็ลุ้นจนตัวโก่งว่าเขาจะได้งานที่นั่นหรือไม่
และปัญหาหัวใจของอ๋องอีกอย่างหนึ่งก็คือ หญิงสาว..แสนสวย ณ คณะเภสัช เธออาจไม่ได้สวยหยาดเยิ้มจนคนมองกันทั้งมหาลัย แต่เธอก็สวยกินใจหนุ่มอ๋องคนนี้ไปแล้ว อะฮริ้วววว~!!!
"ทำไงกูถึงจะจีบเค้าติดวะเต้" ณ บัดนี้หนุ่มเต้กลับมาพร้อมกับเอาเงินที่ยืมไปมาคืนแล้ว
"มึงต้องเล่นของ" เพื่อนหนุ่มแนะ "กูมีคาถาดีมาฝากมึง"
"เออๆ คาถาอะไรวะ" อ๋องชักสน
"คาถาครวยมหาระรวย"
"ทำไมชื่อเหี้ยหยั่งงั้นล่ะ"
"เฮ้ย มึงอย่าดูถูกไป ของอาจารย์เบ๊เชียวนะเว้ย"
"แล้วมันดียังไง"
"ใครท่องผัวรักผัวหลง"
"เฮ้ย กูว่ามึงผิดสูตรแล้วแหละ กูจะจีบสาวนะเว้ย ไม่ได้จะหาผัว"
"เออน่า..มึงไม่เคยได้ยินเหรอ ผลข้างเคียง" ทว่ายิ่งอธิบายยิ่งไปกันใหญ่
แล้วเจ้าเต้ก็ว่าคาถาไม่เป็นภาษาไปราวๆสองนาที
"แค่ท่องคำแรกเค้าก็ถีบกูตกตึกหกแล้วแหละกูว่า" อ๋องแสดงความเห็น
"ไอ้ทิมทำงานมาเรียบร้อยชิบหาย" ซักพักนึงเต้ก็ชมเพื่อนที่ช่วยทำงานให้เขา "น่าเสียดาย..แม่งง ยังทำไม่เสร็จ"
"บ้านเตี่ยมึงสิ..มันทำให้มึงก็ดีขนาดไหนแล้ว" อ๋องชักขึ้น
"กูล้อเล่นน่า.. เออ ว่าแต่มึงฟังคอนเซ็ปท์งานอาจารย์ชนนท์ กับอาจารย์อลงกรณ์ยังวะ"
"ฮะ!!? จารย์แกสั่งเหรอวะกูไม่เห็นรู้เรื่อง"
"โห ไอ้เกรียงไกรเอ๊ย!! กูเพิ่งกลับมากูยังรู้เลย มึงมัวแต่ทำหอกอะไรอยู่วะ"
"เออ ช่างกู!! แล้วมึงรู้เรื่องอะไรมั่งอะ"
"ไอ้ที่เหี้ยคืองานเดี่ยวทั้งสองงานเลยว่ะมึง!!"
อ๋องซึ่งยังคงทำงานเก่าไม่เสร็จ แทบจะรำพัดถวายราหู ..ทำไมงานมันเยอะหยั่งงี้ว้าา นิพนธ์ก็ยังไม่เสร็จเลยนะเฟ้ยยย!!!
..... . . . .
ตกตอนกลางคืน หนุ่มโบเจ้าเก่าเวลาเดิมก็โทรมาอีก
"เออ.." อ๋องรับโทรศัพท์ขณะที่ยังคงวุ่นวายอยู่กับการหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ท
"เป็นไงมั่ง"
"ช่วงนี้งานเยอะมากๆๆๆ เป็นเหี้ยอะไรกันไม่รู้ สั่งกันทียังกะเห็นกูเป็นกุ้งหอยปูปลา"
โบได้แต่รับฟัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวอะไร
"แล้วบริษัทเค้าว่ายังไงอะ รับมั้ย" เมื่ออ๋องได้ยินคำถามนี้ก็ปรี๊ดแตกทันที เพราะอีกฝ่ายดันเพิ่มเรื่องเครียดให้เขาคิดอีกหนึ่งเรื่อง
"หอกหักกก!!! กูยุ่งๆๆๆโคตรพ่อโคตรแม่ ไม่ต้องโทรมาอีกนะ!!" แล้วอ๋องก็ตัดสายไป ..ซึ่งไม่ได้ทำให้หนุ่มโบรู้สึกอะไรเลย เพราะพฤติกรรมการตัดสายเป็นสิ่งที่เขาพบเจอจากอีกฝ่ายบ่อยสิ้นดี..!
ช่วงนี้หนุ่มอ๋องเครียดสุดๆกับงานที่ถูกมอบหมาย เพราะมันเยอะเกินจะทน..เขาจึงคิดจะหาที่พึ่งทางใจโดยการไปแอ่วอยู่แถวคณะเภสัช แต่แล้วภาพที่เขาเห็นก็คือ..สาวที่ชื่ออะไรซักอย่างที่อ๋องคิดจะจีบ ดันเดินกระแซะกับทอมเสียอย่างนั้น
"เดี๋ยวนี้เค้าชอบกันแบบนี้รึไงวะ!!" อ๋องพรืดด
กำลังใจหดหายไปหมด..แม้จะไม่ถึงกับอกหักอะไรมากมาย แต่ก็รู้สึกเนือยๆนอยๆยังไงชอบกลอยู่
สองวัน..ที่อ๋องเอาแต่นั่งทำงานงกๆ โดยไม่มีการติดต่อสื่อสารกับใครทางโทรศัพท์แม้แต่น้อย..
ซึ่งอ๋องชักเอะใจ เพราะถึงเขาจะตัดสายและห้ามไม่ให้อีกฝ่ายโทรมาบ่อยก็จริง แต่อีกฝ่ายก็ยังคงดื้อด้านโทรมาอยู่อย่างนั้น ..ไม่โทรมา ก็เมสเสจ .. แต่นี่เสือกหายไปทั้งสองอย่าง เขาจึงตัดสินใจโทรไปบ้าง
"แล้วไมวันนี้ไม่โทรมาวะไอ้เปี๊ยก" ทันทีที่อีกฝ่ายรับสาย อ๋องก็จัดการเปลี่ยนชื่อให้เสียเลย
"ไม่ได้ชื่อเปี๊ยกซะหน่อย"
"ก็กูจะเรียกเปี๊ยก จะทำไม"
"ตามใจเหอะ แต่เผื่ออยากรู้ ผมชื่อโบนะ"
"เออ อีกสองวันกูก็เรียกเปี๊ยกเหมือนเดิม"
"ก็เห็นบอกว่ายุ่งไม่ใช่เหรอ เลยไม่โทรไปกวน"
"ยุ่งสิ ยุ่งชิบหาย แม่งสิงสาราสัตว์อะไรก็ไม่รู้"
"แล้วโทรมาทำไม"
"..ก็กูเหงา!!" อ๋องตอบสะบัดๆ ทว่าความรู้สึกคงเป็นจริงตามนั้น
แต่ทำให้โบถึงขั้นน้ำตาแตก เพราะไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึง วันที่เขาเริ่มจะมีความหวัง วันที่อ๋อง กะเทยคนสวยจะยอมโทรมาเพราะมองว่าเขาเป็นเพื่อนคลายเหงา
"อ้าว..กูขอโทษ" อ๋องตกใจเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายร้องไห้
"เปล่าๆ ผมดีใจ"
"ดีใจบ้านพ่องสิ ร้องยังกะแขนขาด"
โบจึงหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา
"เอ้าๆ ไหวมั้ยมึง" อ๋องเริ่มรู้สึกอเน็จอนาถ
แต่จะว่าไปแล้ว ไอ้เปี๊ยกของเขาก็น่ารักแบบแปลกๆดี แม้จะยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลยก็ตาม
- - - - - - - - - -
แล้วก็ถึงวันที่ไปฝึกงานที่บริษัทอีกวันหนึ่ง ..พวกเพื่อนกลุ่มโบต่างก็กระหายใคร่รู้การทำงานในส่วนต่างๆ เว้นเสียแต่หนุ่มโบเองที่เอาแต่ไปเกาะแกะอยู่ฝ่ายพิจารณารับสมัครงาน
"พี่ครับ คุณเกรียงไกรนี่เค้าเก่งมากๆเลยนะ" โบเข้าไปนวดแข้งนวดขา ... ทำไปได้ค่ะคนเรา
"เกรียงไกรไหนครับ"
"เกรียงไกร รัตนภพน่ะครับ..ผมว่าพี่น่าจะรับเค้าเข้าทำงานนะ เค้าเก่งมากจริงๆ" โบตอแหล
"อันนี้พี่ก็ไม่รู้นะน้อง..น้องเป็นหน้าม้าให้เค้ารึเปล่าเนี่ย"
"เปล่าครับพี่ เค้าเก่งมากจริงๆ" แล้วหนุ่มโบก็วนอยู่ในอ่างอย่างนี้จนทางบริษัทเลือกหนุ่มอ๋องเข้าทำงานจนได้
แล้วพอถึงตอนเที่ยง ชายหนุ่มก็โทรไปหาสาวประเภทสองในจินตนาการของเขาหรือในความเป็นจริงก็คือผู้ชายหุ่นนักกีฬาที่ชื่ออ๋องนั่นเอง
"กินข้าวยังครับ" คำพูดแต่ละอย่างยังคงหวานเลี่ยน จนเพื่อนๆแทบจะสำลักออกมา
พวกเพื่อนๆยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมโบถึงยังชอบอยู่ เพราะในสายตาของเพื่อนๆ อ๋องคือ กะเทยปากจัดคนหนึ่ง สำหรับโบ อ๋องก็เป็นแบบนั้นแหละ แต่ทว่า อย่างที่เคยบอกไป ความรักมันค้ำคออยู่ ดังนั้น ไม่ว่าจะโดนด่าสารพัด เขาก็ทนรับไหว
- - - - - - - - - -
วันรุ่งขึ้นอ๋องโทรไปติดต่อถามผลการสมัครงาน แล้วคำตอบที่ได้ก็ทำให้เขาลิงโลดจนโทรไปเล่าเพื่อนทางโทรศัพท์เป็นคนแรก
"กูได้งานแล้วโว้ยยยยย!!!"
"เหรอ ดีใจด้วยนะ"
โบไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นคนช่วยให้อีกฝ่ายได้งาน ..เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอาหน้า ..และเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ด้วยว่าการที่บริษัทรับเข้าทำงานนั้น เพราะการกระทำที่ไม่ซื่อตรงของตนเอง ( แต่หารู้ไม่ เจ้าอ๋องน่ะตัวดี )
"มึงเป็นตัวนำโชคของกูรึเปล่านะ" อ๋องพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี แต่เพียงเท่านี้ หัวใจดวงน้อยๆของโบก็ขยายตู้มขึ้นมา
"คุณได้ด้วยความสามารถล่ะมั้ง"
ความสามารถในการคลานอย่างแนบเนียนของกูเนี่ยนะ อ๋องคิดในใจ ( ใครจำไม่ได้ กลับไปอ่านบทแรกจ้ะ ) ..และแล้วพวกเขาก็คุยกันบ่อยขึ้น จนแทบจะเรียกได้ว่า สนิทกันทางโทรศัพท์ ไปแล้ว
หนุ่มอ๋อง จากที่เคยโทรหาเต้เป็นคนแรกเวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ก็กลับเลือกที่จะโทรหาไอ้เปี๊ยกของเขาแทน
และหนุ่มโบ จากที่เคยจำใบหน้าสวยหวานราวนางฟ้านั้นได้ขึ้นใจ กลับเริ่มลืมเลือน และชอบพออยู่กับคนในปลายสายเสียมากกว่า ( แม้จะไม่ได้รู้เลยว่า เป็นคนละคนกัน )
<< Previous Part | Part 5 | Next Part >>
- - - ----------------------------------
ขอเสียงปรบมือให้คุณ mimo ในเอนทรี่ที่แล้วด้วยค่า *แปะๆๆๆ*
เพราะท่านคือคอมเม้นท์ที่ 666 ของบล๊อกนี้ เฮ~ เลขสวยยย
Ps. เรื่องนี้ใกล้ถึงโค้งสุดท้ายเข้ามาทุกทีแล้วนะฮ้า
Ps2. ต่อไปนี้เราจะไม่ได้มาอัพบ่อยๆแล้วน้า~