2008/May/16

> ผู้ที่พึ่งเข้ามาเป็นครั้งแรก กรุณาทำความเข้าใจก่อนค่ะ <


Title : เอกมัย

Place : สถานีขนส่งเอกมัย

Rate : PG

Type : Short-novel

Author : B e L L e




"โหยย ยังกลับไม่ได้เลยครับย่า งานรัดตัว" ชายหนุ่มพูดกับย่าทางโทรศัพท์ "แหมม ปีสองก็งานยุ่งแบบนี้ล่ะครับ"
เขายังคงพูดอย่างอารมณ์ดี ..ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขากำลังนั่งรถทัวร์เพื่อกลับต่างจังหวัดไปหาปู่ย่า ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเขามาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อและแม่ไม่สนใจที่จะเลี้ยง

บีม ถือเป็นเด็กที่ขยันหมั่นเพียรมาก อาจเป็นเพราะเขาเข้าใจว่าปู่และย่าก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรนัก จึงอยากจะตอบแทนบุญคุณให้มากที่สุด ชายหนุ่มสอบติดมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ จึงเดินทางมาเรียน หากแต่ก็จะกลับทุกครั้งที่มีโอกาส

ผลการเรียนของเขาดีในทุกวิชา ด้วยผลการเรียนที่โดดเด่นนี้เอง ทำให้หลายๆคนทอดสะพานให้ แต่ก็กลับถูกฟันเชิงสะพานขาดยับไปหลายราย เนื่องจากบีมยังไม่อยากจะยุ่งเรื่องนี้ เขาอยากจะตั้งใจเรียนให้มากที่สุดเสียมากกว่า

ชายหนุ่มกดวางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเก็บเงินซื้อเอง เขาตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์ปู่กับย่า จึงแกล้งบอกไปว่าจะยังไม่กลับ

บรรยากาศภายในรถทัวร์มีผู้คนนั่งอยู่พอสมควร แต่ที่นั่งข้างๆเขาไม่มีใครจับจอง บีมจึงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถเพียงลำพัง

บีมดีใจระคนตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้าน แต่อุณหภูมิเย็นฉ่ำภายในรถก็เสมือนแกล้งข่มตาของเขาให้หลับไป ..

ชายหนุ่มหลับไปในระยะเวลาไม่นานนัก หากแต่ก็ตื่นขึ้น เมื่อแอร์เย็นๆถูกแทนที่ด้วยกลิ่นไอเสียของรถที่เข้ามาทางประตูรถที่ถูกเปิด บีมตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงผู้คนภายในรถกำลังพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งดูเหมือนว่ารถจะเสีย

บีมมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อจะดูว่าขณะนี้รถแล่นไปถึงสถานที่ใดแล้ว และสิ่งที่เขามองเห็นก็ดูจะตอบคำถามของเขาได้ว่า ขณะนี้รถจอดอยู่ในสถานีขนส่งเอกมัย

ชายหนุ่มไม่ได้รีบร้อนที่จะไปให้ถึงที่หมายสักเท่าใด เพราะเขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดใคร อีกทั้งเขาก็ไม่ได้บอกกับทางบ้านไว้ว่าจะรีบกลับไปให้ถึง ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ชายหนุ่มร้อนรนใจได้

แต่ด้วยความที่ถูกเลี้ยงมาจากคนรุ่นก่อนและด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัด จึงทำให้บีมอดที่จะเห็นใจผู้โดยสารคนอื่นๆไม่ได้

บ้างก็อารมณ์เสีย บ้างก็สีหน้าไม่ดี บ้างก็ทุกข์ร้อนใจ แต่บีมก็เข้าใจคนเหล่านั้นว่าเขาต้องการที่จะเดินทางไปให้ถึงที่หมาย

เวลาเริ่มนานขึ้น..นานขึ้น  ผู้โดยสารบางคนเริ่มจะทยอยลงรถไปหาซื้อของรับประทาน หรือลงไปช่วยดูว่าอาการของรถเป็นอย่างไรบ้าง แต่บีมยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและมองดูภาพเหล่านั้น พร้อมกับผู้โดยสารอีกส่วนหนึ่งที่ทนไม่ไหว หลับไปบ้าง หรือนั่งคุยกันบ้างภายในรถ


ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่.. เมื่อบีมเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีซึ่งน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเดินขึ้นมาบนรถ เขาไม่แน่ใจนักว่าชายหนุ่มคนดังกล่าวนั่งมาในรถด้วยตั้งแต่แรกหรือเปล่า เพราะเขาจำหน้าตาเพื่อนร่วมทางได้เพียงแค่ คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามประมาณ 3 แถวเท่านั้น

หากยิ่งทำให้บีมแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะมานั่งยังที่ว่างข้างๆเขา

"นั่งคันนี้เหมือนกันเหรอ" บีมเอ่ยปากถาม แต่เสียงลงท้ายไม่ชัดนัก เพราะดูจากหน้าตาแล้วก็คงรุ่นๆเดียวกัน

"เปล่า"

"อ้าว.." บีมหลุดปากออกมาเบาๆ

"ดูท่ารถคงเสียไปอีกนาน ขอมานั่งหน่อยละกัน"

จากคำตอบ ทำให้ชายหนุ่มยิ่งงงหนัก

"เอ่อ..แล้ว มารอใครรึเปล่า"

"เปล่า..ทะเลาะกะพ่อมา"

"อ๋อ.."

"ชื่ออะไร ?"

"เอ่อ..บีม"

"อืม..เราเอี่ยวนะ"

"อืม..ยินดีที่ได้รู้จัก.." บีมไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านั้น

"เด็กกรุงเทพฯรึเปล่าน่ะ ?" เอี่ยวถาม

"เป็นคนระยองน่ะ"

"ว่าแล้วเชียว" อีกฝ่ายหยุดไว้พักนึงแล้วจึงพูดต่อ

"เฮ้ย..ไม่ได้หมายความว่าหน้าตาบ้านนอกนะ"

"ไม่..ไม่.." บีมพยายามจะอธิบายว่าเขาเองก็ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะคิดแบบนั้น

"หมายถึงลักษณะการพูดน่ะ" เมื่อพูดเสร็จ เอี่ยวก็อธิบายเสริมอีก

"เฮ้ย แล้วก็ไม่ได้หมายถึงว่าพูดเหน่อด้วย"

"รู้น่า.." บีมถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ


"เราชอบนิสัยคนต่างจังหวัดมากกว่าล่ะ"

"มันก็แล้วแต่คนนา" บีมแย้ง เพราะเขามาอยู่กรุงเทพฯได้สามปีสำหรับการเรียนมหาวิทยาลัยก็รู้สึกว่าเพื่อนๆน่ารักกันทุกคน


"เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้ารึเปล่า" เอี่ยวถามขึ้นเปลี่ยนเรื่อง

"บ้า.."

"ไม่บ้าหรอก เชื่อรึเปล่าล่ะ"

"ก็..เชื่อ"

"คิดมั่งรึเปล่าว่า เราอาจจะเคยรู้จักกันมาแล้ว ชาติก่อน"

"ก็..."

"อึกอักอยู่เรื่อยเลย"

"ก็ไม่รู้จะพูดยังไงนี่"

"เหรอ..แต่เราว่า พวกเราเคยรู้จักกันแน่ๆ"

บีมเพียงยิ้มตอบ เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน แม้ว่าหน้าตาดูดีมีชาติตระกูลนั้นจะทำให้เขาปักใจคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าเชื่อถือได้ 'ไม่ทั้งหมด' ก็เถอะ


ชายหนุ่มจากต่างจังหวัดพินิจมองเส้นผมสีน้ำตาลอันเกิดจากการย้อมนั้นอย่างไม่วางตา กระทั่งผม หรือหน้าตา เอี่ยวก็ดูดีไปเสียทั้งหมด

"เราไม่ใช่พวกขโมยของหรอกน่า สบายใจได้" เอี่ยวพูดราวกับได้ยินเสียงภายในใจของบีม

"เปล่า..ก็.."

"เลิกอึกอักได้แล้ว เรารู้จักกันแล้วนะ" ด้วยนิสัยเหมือนเด็กๆแบบนี้จึงทำให้บีมอดที่จะหัวเราะออกมาอีกครั้งไม่ได้

นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้เจอคนแบบนี้ อาจจะตั้งแต่สมัยเด็กๆเลยก็ว่าได้

หลังจากคุยกันไปเรื่อยๆ บีมก็ผ่อนคลายมากขึ้น.. จากการฆ่าเวลาจึงเปลี่ยนมาเป็น ไม่อยากให้มันจบสิ้นไป ..แน่นอน อาจจะเป็นไปได้อย่างที่เอี่ยวว่า พวกเขาอาจจะเคยรู้จักกันมาแล้วชาติก่อน เพราะคุยแล้วรู้สึกคุ้นเคย และรู้สึกดีเหลือเกิน ..ทว่า.. เคยรู้จักกันในฐานะอะไรล่ะ ?

บีมไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้ เขาไม่เคยไว้ใจคนที่เพิ่งรู้จักแค่ไม่ถึงชั่วโมงเร็วขนาดนี้ เขาไม่เคยยอมให้การพูดคุยไร้สาระกลายมาเป็นสิ่งที่ 'หยุดไม่ได้' และกลายเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้จบสิ้นไป เมื่อเวลาที่รถซ่อมเสร็จแล้วมาถึง

เมื่อรู้สึกว่าชักไม่อยากกลับไปเสียแล้ว อยากจะอยู่คุยแบบนี้ไปเรื่อยๆ แม้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการทรยศปู่กับย่า ..แต่อย่างน้อย มันก็เป็นการตามหัวใจตัวเอง

ซึ่งมันก็คงเป็นไปได้แค่จินตนาการ เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องกลับ..

"เออ..เอี่ยว แล้วเราจะเจอกันอีกมั้ย ?" บีมถามขึ้น

"ก็ไม่รู้สิ"

"นานๆทีได้เจอเพื่อนคุยแบบนี้น่ะ"

"..ไม่ใช่ว่าชอบเราหรอกเหรอ ?"

คำพูดแสนรู้ทันนั้นทำให้บีมหน้าแดง

"บ้า.."

"เอาเถอะ..'บ้า' ของบีม มันไม่ได้แปลว่า 'ไม่' นี่นะ" เอี่ยวยิ้ม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้น


"ถ้าดวงเราสมพงศ์เดี๋ยวคงได้เจอกันอีก"

เอี่ยวยื่นมือไปสัมผัสแก้มของบีมเบาๆ ซึ่งก็แปลกที่ชายหนุ่มไม่รู้สึกถือสาเลยสักนิดเดียว


ยากที่จะพูดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของบีม ..แต่หากจะให้อธิบายออกมาอย่างง่ายๆคงจะเรียกได้ว่า
'รักแรกพบ'

ชายหนุ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาแว่บหนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงช่างซ่อมรถเฮกันลั่น เขารู้ดีว่าถึงเวลาจากลากับเอี่ยวแล้ว

"เราต้องไปแล้วนะ" เอี่ยวบอก

บีมไม่รู้จะพูดอย่างไร เขาทำได้เพียงยิ้มตอบ

ชายหนุ่มไม่กล้าขอเบอร์ติดต่อ เพราะเขายังไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจคืออะไรกันแน่ จึงพยายามมองตามเอี่ยวที่เดินจากไปให้มากที่สุด ...ทว่าเขากลับมองไม่เห็นว่าชายหนุ่มลงจากรถไปทางไหน เพราะเมื่อมองออกไปนอกรถก็ไม่พบ

ความฉงนทำให้บีมตัดสินใจเดินไปถามผู้โดยสารที่นั่งอยู่แถวๆหน้ารถ ..อย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่าเอี่ยวเดินไปทางไหน

"เมื่อกี๊พี่เห็นผู้ชายอายุประมาณผม ที่ย้อมผม เดินไปทางไหนครับ"

"ไม่มีนี่ครับน้อง"


' อ้าว..! ' คือเสียงที่เกิดขึ้นภายในใจของบีม ..เขากลับมานั่งที่เดิมพลางคิดว่าพี่ผู้ชายคนนั้นอาจจะนอนหลับไปหรืออาจจะไม่ได้สนใจ ..ชายหนุ่มจึงหันไปถามผู้โดยสารฝั่งตรงข้ามของเขาอีกครั้ง เนื่องจากบีมเห็นอยู่ตลอดว่าเธอไม่ได้หลับอย่างแน่นอน


"น้องครับ เมื่อกี๊น้องเห็นผู้ชายที่มานั่งคุยกับพี่มั้ย"

"หนูก็เห็นพี่นั่งคนเดียวตลอดนะคะ"



. . . . . .



อ้าว! .. คนเขียนช่วยอ้าว 55555+




ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
= [] = ผีหลอกกกกกกกกก

ผีหลอกแบบนี้...... อืม สาววกอย่างเราสนับสนุนให้มีเยอะๆค่ะ ก้ากๆ


มาเพื่อคุยแค่เนี้ย แค่เนี้ยยยยย

น่าจะอยู่นานกว่านี้ ทำอะไรอะไรกว่านี้(อ่อค คิดไปไกล คนเขียนถีบตกเว็บ)

ฮ่าๆๆๆ สนุกๆ น่ารักดีค่า
#1  by  -+ Uk-UnKNew +- At 2008-05-16 19:22, 
อ้าว!!! *คนอ่านก็ช่วยอ้าว*

คู่ขาเมื่อชาติปางก่อนซินะ*หัวเราะ* ตามมาหลอกหลอนถึงชาตินี้ 5555

เรื่องนี้ไม่ค่อยค้างขาเท่าไหร่แหะ
แต่จะรู้สึกว่า "อ้าว!!"แทน *หัวเรา*
#2  by  Koki At 2008-05-16 21:36, 
มิน่าถึงถามเรื่องชาตินี้ ชาติหน้า ตะหงิด ตะหงิดแล้ว
หึหึ เป็นเราคงหลอนอ่ะ แต่กับบีมคงไม่
#3  by  TruthLuck (202.149.25.241) At 2008-05-16 23:05, 
=[]= !!~!

*คนอ่านก็ช่วยอ้าวด้วยคนค่ะ*

เฮ้ย...สรุปแล้ว สรุปว่า สรุปคือ.....(จะสรุปอีกนานไหม?) สรุปคือ ผีหลอกชิมิค่ะ???wink

สรุปว่าเค้าเป็นคู่รักข้ามชาติใช่ม่ะ ที่ตามมาหลอกหลอนวิญญาณถึงชาตินี้ -- --"

สุดท้ายก่อนจาก มึนเกินกว่าจะเมนท์ยาวกว่านี้ได้ เอาเป็นว่า "อ้าว"sad smile
#4  by  KiHae Holic :: Super Concert --> Super Show ^^ At 2008-05-17 09:34, 
แอบสยองงงง

อ้าวด้วยคน

แบบ ใจวูบไปเลยค่ะ 555

#5  by  ★ JANE At 2008-05-17 11:24, 
วิญญาณรักชาติที่แล้ว...???? กร๊าซซซซซ แรงรักทำให้วิญญาณยังมีห่วง และัสุดท้าย.. ครึๆ

/me โดนเตะะะะะ
#6  by  ||- Kutzuki -|| At 2008-05-17 11:59, 
อ้าว (ด้วยคน) เอาไงล่ะทีนี้ บีม
#7  by  ลิงลม (118.172.211.120) At 2008-05-17 15:38, 
เอ๋??? (เปลี่ยนบ้าง 555+) โฮกกก ม่าย ท่านเบลล์อย่าหันเหมาทางสยองขวัญจิ่คะ โฮกกกก
#8  by  Revamp At 2008-05-17 16:11, 
- [ ] -!!!




ผีซะงั้น ผีหล่อก็ยอมนะ กร๊ากกก



ผู้หญิงที่นั้งตรงข้ามที่เห็นบีมคุยคนเดียว(เอี่ยว)คงหาว่าบีมบ้าแน่ๆเลย



ฮะๆๆๆๆๆๆcry surprised smile open-mounthed smile
#9  by  ppaannddaa (125.24.3.97) At 2008-05-17 17:11, 
เรื่องนี้น่ารัก~ T___T
/me น่ารักคนเดียว 555
คนอื่นเค้ากลัวกัน(?)

อ่านจบแล้วนึกถึงคอมมิคเรื่องนึงเลยอ่ะเป็นผีเหมือนกัน
(แต่ที่ผมอ่านมันติ๊งต๊องกว่านี้พระเอกมันหวังแดกอย่างเดียว 555)
#10  by  KIPPE At 2008-05-19 00:03, 
อ้าว เสร็จ ก็ เฮ้ย!!ล่ะน้าsad smile
กุเจอผีหลอกแล้วช่ายมั้ย 555+

ตอนรู้ความจริงจากคนรอบข้างว่าไม่มีใครเห็น มันขนลุกอ่ะ
แบบว่า มด กลัว ผะ ผี><

แต่แอบชอบบีมนะ ตรงที่พูดว่า "บ้า"
ต้าย น่าร้ากกก น่ากอดดเป้นทีสุด555+sad smile

เรื่องนี้เหมือนความรักของดินแดนแห่งทะเลทราย แบบว่าแรงรักแรงทุกชาติไป โอย ชอบๆๆๆconfused smile

#11  by  ayaseK (125.24.206.72) At 2008-05-20 12:54, 
อืมม์.. เราอ่านเรื่องนี้อยู่คนเดียว ตอน 4 ทุ่มกว่าๆ ฝนตก ถนนเงียบ

หลอนนิดๆค่ะ... แต่ชอบบบ 55+
#12  by  Nok Phoenix (58.8.190.19) At 2008-05-22 22:34, 
อ้าว....!

555555555555555
แลดูว่าโดนหลอกซะแล้ว

หลอกให้รักซะด้วย =]]
#13  by  libidoz (125.24.22.67) At 2008-05-24 20:56, 
อยากเจอแบบนี้บ้างอ่ะ

แต่เราจะม่ายยอมให้จบแบบนี้หรอก

คริคริ

มันต้องมีต่อๆ
#14  by  หมาสามขา (202.28.27.3) At 2008-06-06 23:39, 
แรกๆอ่านก็แอบลุ้นๆว่า

พรต กะ อิม เปล่าหงะ

แต่ไหงตอนจบกลับขนลุกซะงั้น

เง้อ

แปลก แหวกแนว ชอบๆ
#15  by  นางในหมินบู At 2008-07-31 20:14, 
อ่าววววววว
เป็นผีเรอะ!!!!!!
แอบหลอนนะเนี่ย....
#16  by  solinsoul (125.25.34.16) At 2008-08-03 18:16, 

<< Home


B e L L e
View full profile