Title : ก็แฟนผมเค้าเคร่งศาสนา
Rate : PG-15
Type : Short-Novel , POV
Author : B e L L e
Plot Outline : เมื่อหนุ่มจ้าวลัทธินิยมลักยิ้มอย่างเซน ดันไปสะดุดรักหนุ่มลักยิ้มน่ารักคนหนึ่ง แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อหนุ่มคนนั้นดันเป็น คริสต์ ซะนี่! ..เกย์ สำหรับศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคถือเป็นบาป แล้วเขาจะจีบหนุ่มคนนั้นยังไงล่ะเนี่ย!?
Disclaimer : นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมมติขึ้น ไม่มีเจตนาจะลบหลู่หรือทำลายศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ
ลองอ่านดูนะคะเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็น เรื่องสั้นหนูทดลอง เรื่องที่สองของเราเลยทีเดียว(เรื่องแรกยังแต่งไม่เสร็จ อิอิ) เพราะเป็นเรื่องที่เราผูกปมแล้วก็ต้องแก้เอง แตกต่างกับ BKK ที่เราปล่อยให้เป็นภาระของท่านผู้อ่าน อิอิ
<< Part 1 | Part 2 | Part 3 >>
Part 2
ท้องฟ้าแจ่มใสและอากาศปลอดโปร่งดี ..แหงล่ะ เพราะวันนี้ผมเห็นมิสเตอร์สไมล์ หรือน้องลักยิ้มกิ๊กใหม่ผมแต่เช้าเลย
ขออธิบายก่อน..เดี๋ยวคุณๆไม่เข้าใจ ที่เรียกมิสเตอร์สไมล์( Mister Smile ) เพราะเค้ายิ้มน่ารักมากๆเลยน่ะสิ ยิ้มแล้วโลกผมสดใสทีเดียว ..แถมลักยิ้มสะเทือนอารมณ์นั่นอีก โอ๊ยยย....โอ่ยโอ๊ยย น่ารักจังเธอ~
ตอนนี้ผมตัดสินใจแล้วว่า ผมจะจีบแบบ ถึงลูกถึงคน คือจะกระแซะไปเรื่อย เนียนเข้าไปแบบเพื่อน และทำทีว่าผมชอบหลายๆอย่างเหมือนเค้า โดยที่ผมจะแอบไปสืบเรื่องของเค้าก่อน แผนนี้เอามาจากตัวเองกับไอ้เตอร์เลยนะเนี่ย.. ดังนั้นผมจึงขอยกความดีความชอบให้มัน โดยการตั้งชื่อแผนการจีบสะท้านมหาลัยว่า "แผนไอ้เตอร์เป็นเหตุ"
ขั้นแรก ขั้นโคนันมาเอง
ถึงชื่อขั้นตอนจะเหี้ยไปหน่อย แต่ผมก็ทำไปด้วยความตั้งใจอย่างสุดซึ้ง .. อย่างแรกคือผมแอบย่องตามเค้าไปในสถานที่ต่างๆ โดยไม่ให้เค้าเห็นผมเป็นอันขาด อาจจะยากนิดน่อย เพราะผมก็ไม่ใช่ไอ้เปี๊ยกกะหร่องก่อง ผมเป็นนักกีฬา ตัวก็ค่อนข้างสูงใหญ่ทีเดียว ..เป็นนักกีฬาอะไรไม่เป็น เสือกเป็นนักกีฬาบาส เพิ่งเห็นความไร้ประโยชน์ของมันเนี่ยแหละ.. ซ่อนตัวไม่เนียนว่ะครับ
..แต่ด้วยความมานะบากบั่นไม่เกียจไม่คร้านของผมนั้น ก็ทำให้ผมได้รู้ว่า เค้าชอบพวกภาษาก็เลยเรียนมนุษย์ .. เค้าชอบเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด .. เค้าเป็นเด็กเรียนนิดๆ ไม่เกเรเกตุงเหมือนไอ้เตอร์ ( ถึงตอนนี้ ไอ้เตอร์มันหันมาถามว่า แล้วมึงล่ะ ? ) และเค้าอยู่ชมรมคริสต์~!! โอ้ว พระเจ้า!! พระเจ้าจริงๆ!! รู้สึกว่าจะเป็นคริสตศาสนิกชนที่เคร่งซะด้วย
โอเค..ตอนนี้ข้อมูลพื้นฐานเราครบแล้ว!
ขั้นสอง ขั้นบังเอิญจริงๆ
แน่นอนว่าผมแอบตามเค้าไปได้ประมาณสองอาทิตย์ ผมพอจะจำได้คร่าวๆว่าน้องลักยิ้มของผมไปไหนบ้าง ผมก็เลยตีเนียน .. ไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้นด้วยซะเลย ..แล้วมันสุดยืดมากแค่ไหนครับ วันนี้เค้ามาห้องสมุดคนเดียวเว้ยเฮ้ย! ตอนนี้บนโต๊ะผมก็มีหนังสือของคณะมนุษย์ต่างๆอยู่เต็มไปหมด แตกต่างจากไอ้เล่มควายๆวันก่อนนู้นโดยสิ้นเชิง ..และที่สำคัญ ผมไม่ลืมที่จะหยิบเล่มที่น้องลักยิ้มอ่านค้างไว้วันก่อนมาด้วย ..เข้าแผนล่ะ เค้าเดินไปหาๆหนังสือ แต่ก็ไม่เจอ ..จะเจอได้ยังไงครับน้อง มันอยู่ที่โต๊ะโพ้มม!!
"หาเล่มนี้อยู่รึเปล่าครับ" ผมเดินเข้าไปถามแบบพระเอกสุดๆ เค้าหันมาแบบตกใจนิดหน่อยก่อนจะมองหน้าหนังสือ
"ใช่ๆ.. นายอ่านอยู่เหรอ ไม่เป็นไรนะ" ทำไมไม่ยิ้มล่ะครับ ยิ้มซี่~...
"วันนี้เราคงหยิบหนังสือเกี่ยวกับภาษามาจนคนอื่นเค้าหาไม่เจอแล้วล่ะ นายมาอ่านโต๊ะเราเลยก็ได้" เนียนมั้ยครับ เนียนมั้ย
เค้าก็เห็นผมนั่งอยู่คนเดียว เลยเข้ามานั่งอ่านด้วย
สภาพบนโต๊ะคือหนังสือกองพะเนินเทินทึกอีกแล้ว ..เค้าคงคิดว่าผมเป็นพวกแก่เรียนแน่นอน เพราะตั้งแต่วันก่อนนู้นก็ไอ้สภาพแบบนี้แหละ
"ชอบเข้ามาอ่านหนังสือเหรอ" เค้าถาม
"อื้ม.. เราชอบอ่านพวกเกี่ยวกับภาษาน่ะ" ตอแหลครับ ..
"จริงเหรอ อยู่คณะไหนอะ"
"วิดวะไฟฟ้าน่ะ เราโดนบังคับเรียน แต่จริงๆเราชอบภาษา" ตอแหลอีกแล้ว .. ได้ข่าวตอนจะเอนท์แม่ถีบส่งให้ไปเรียนภาษา แต่ผมไม่เอา
"เฮ้ย จริงอะ ..แย่จัง"
"แล้วนายอะอยู่คณะไหน"
"อ๋อ เราอยู่มนุษย์ เราชอบภาษาไง" รู้อยู่แล้วแหละ กั่กๆ
"ชอบเหมือนกันเลย" ผมแกล้งทำตาละห้อย
"ไม่เป็นไรนะ ถึงจะไม่ได้เรียน เราก็มาอ่านเอาในห้องสมุดนี่ก็ได้" ตรง 'อ่าน' ไม่สนใจอะ สนใจตรง 'เอา'
"เดี๋ยวมาอ่านกับเราก็ได้ เราก็มาอ่านบ่อยๆ" เปลี่ยนคำว่า อ่าน เป็นคำที่สองได้มั้ย ฮ่าๆๆๆ จัญไรและกู จัญไรและ
"ชื่ออะไรเหรอ" เนียนซะกู
"อ๋อ.. เราชื่อกิ๊ก" สนใจจะมา กิ๊กเซน มั้ยล่า วิ้งๆๆ
"เราชื่อเซนนะ"
ผมต้องละพฤติกรรมในกายละเอียด หรือ ไอ้ที่อยู่หลังเครื่องหมายคำพูด "..." ไปจนหมด และแสดงออกเพียงแค่มาดเด็กเรียนเท่านั้น
"กูได้ชื่อมาแล้ว" ผมเอาไปปราศรัยกับไอ้เตอร์เพื่อนเลิฟ
"ชื่ออะไรล่ะ"
"กิ๊ก"
"กิ๊กเซน" มันพูดแซวในสิ่งที่กายละเอียดผมพูดไปแล้วเมื่อตอนเที่ยง ..ช้าไปแล้วต๋อยยย
"เออ"
"แล้วที่ว่าเค้าเป็นคริสต์อะ มึงจะทำไงวะ กูยังคิดไม่ออก" มันถาม
"กูมีแผนอยู่แล้ว ถ้ากูไม่เจ๋งจริง เค้าจะเอาชื่อกูไปเป็นชื่อนิกายเหรอวะ" มารศาสนาชิบหายเลยกู
"พ่อมึงสิ .." มันด่าผมกลั้วหัวเราะ
แน่นอน..วันเข้าชมรม ผมก็ไปนั่งเอ้เต้อยู่ชมรมศาสนาคริสต์ บรรยากาศในชมรมเค้าดูอบอุ่นกันดี มีรูปปั้นพระเยซู มีผ้าม่าน มีไฟแต่งสีสวยงาม .. เออ แปลกดีเว้ย รู้งี้ผมดอดมาอยู่ชมรมนี้ซะก็ดี ทุกคนดูหน้าตาเรียบร้อยๆไม่เหมือนชมรมการเมืองด้วย
แต่ก็อย่างว่า.. เป็นชมรมศาสนา ผมก็เลยไม่มีกะใจมาเข้า นี่ถ้าไม่ใช่เพราะน้องลักยิ้ม ผมก็คงไม่มาหรอก .. แถมยังเป็นศาสนาคริสต์ด้วยพ่อคุณเอ๊ยยย ..
ผมนี่เป็นพุทธทั้งตัวและหัวใจ ถึงแม้จะไม่ค่อยเคร่ง อารมณ์ว่าตีหัวหมาด่าแม่เจ๊กไปวันๆ ผมก็ยังพอสวดนะโมได้ ..แต่นี่!! ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ซักอย่าง
พอผมเข้าไปนั่งเก้าอี้ที่จัดไว้ได้ไม่นานเท่าไหร่ น้องลักยิ้มกิ๊กก็มา เค้ามองเห็นผมแว่บนึง แต่ผมก็ทำเป็นนั่งสมาธิหลับตาอยู่ เค้าเลยไม่ได้มาทักอะไร .. เค้าเลือกนั่งแถวหน้าผมไปสองแถว ซึ่งก็เป็นมุมที่โอเค ..เพราะผมสามารถเหล่เค้าได้ตลอดเวลา และที่สำคัญ ประเด็นที่ผมจะเจาะไม่ได้อยู่ตอนนั่ง มันอยู่ตอนเลิกชมรม!
ผมไม่รู้ว่าพอนั่งแล้วเราต้องทำอะไรอีก ผมก็มองคนนู้นทีคนนี้ทีไปเรื่อย .. แล้วซักพัก พี่คนที่น่าจะเป็นประธานชมรมก็มาหยุดยืนอยู่ข้างหน้าแล้วก็เหมือนนำสวดมนต์
เป็นบทสวดมนต์ที่ผมไม่ได้ยินบ่อยนัก ..ก็เป็นภาษาไทย แต่ผมสวดไม่เป็น ให้ทำยังไงเล่า ..ผมเลยกุมมือขึ้นตามคนอื่นนิ่งๆ แต่ก็ไม่กล้าขยับปากอันใด ..
จนพี่คนนึงที่ยืนอยู่ด้านข้าง เดินเข้ามาถามเบาๆว่า
"น้องไม่สวดเหรอครับ"
เอาไงดีวะกู .. แต่ด้วยวิชาเนียน ผมเลยเงยหน้าขึ้นไป เอานิ้วทำชี้ๆ จิ้มๆ ที่ปาก อารมณ์ว่า " กูเจ็บปากครับพี่ "
พี่เค้าก็พยักหน้าแต่ก็ทำหน้างงๆ "แต่น้องทำปากนิดๆหน่อยก็น่าจะได้นะ"
ผมเลยรีบโบกมือปฏิเสธและชี้ที่ปากตัวเองอีกว่า " กูเจ็บจริงจริ๊ง~ "
พี่เค้าคงขี้เกียจยุ่งแล้ว เลยถอยห่างออกไป
และแล้ว ช่วงเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่อเลิกชมรม กิ๊กก็เดินมาหาผม
"เป็นคาทอลิคเหมือนกันเหรอ"
"อื้ม.." ตอแหล
"เราไม่ค่อยเห็นเซนมาที่นี่เลยนะ" คงเห็นหรอกครับ พี่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก
"ก็..พอดีเราเป็นนักกีฬาไง เลยได้อยู่ชมรมบาส"
"อ๋อ.." เค้าตอบ ..แม่งงน่ารักว่ะ ดูยังไงๆก็น่ารัก
ไอ้เตอร์หัวเราะไม่หยุดหลังจากที่ผมเล่าเหตุการณ์ในชมรมคริสต์ให้มันฟัง
"มึงก็เลยไปนั่งเฉยๆอยู่ชมรมคริสต์เนี่ยนะ"
"ก็เออสิ"
"ทั้งๆที่ตอนปิดซัมเมอร์มึงเพิ่งบวชให้แม่เนี่ยนะ"
"ก็เออสิเฟ้ย" ย้ำจริง ก็ยิ่งสูญเสียความมั่นใจอยู่ ห่านี่
"แต่กูขอบอก พวกคาทอลิคเคร่งๆนี่เค้าแอนตี้เกย์นะเฟ้ย" เอาอีกแหละ ไอ้นี่ชอบมีอะไรมากระทบความมั่นใจผมอยู่เรื่อย
"กูไม่ได้เป็นเกย์ ห่า"
"เออ มึงไม่ได้เป็นเกย์หรอก แต่มึงจะจีบผู้ชาย และชาวบ้านเค้าเรียกแบบนี้ว่าเกย์แค่นั้นเอง" กำลังกวนตีนกูอยู่รึเปล่าเนี่ย
"เดี๋ยว แอนตี้ หมายความว่า..?"
"หมายความว่ามึงจะมิสามารถจีบเค้าเอามานอนกกอย่างที่มึงต้องการได้ .. เสียจวยด้วยครับ" เสียไปคนเดียวเถอะ!! ..
<< Part 1 | Part 2 | Part 3 >>
- - - - --------------------------
แล้วหนุ่มเซนของเราจะทำยังไงล่ะเนี่ย!?
ใครมีอะไรอยากจะถามตัวละครในเรื่องถามได้เลยนะคะ เดี๋ยวพอลงจบจะไปลากพวกมันมาตอบให้ค่ะ 5555 (เรื่องนี้สั้นๆค่ะ มิต้องห่วง)