Title : ก็แฟนผมเค้าเคร่งศาสนา
Rate : PG-15
Type : Short-Novel , POV
Author : B e L L e
Plot Outline : เมื่อหนุ่มจ้าวลัทธินิยมลักยิ้มอย่างเซน ดันไปสะดุดรักหนุ่มลักยิ้มน่ารักคนหนึ่ง แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อหนุ่มคนนั้นดันเป็น คริสต์ ซะนี่! ..เกย์ สำหรับศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคถือเป็นบาป แล้วเขาจะจีบหนุ่มคนนั้นยังไงล่ะเนี่ย!?
Disclaimer : นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมมติขึ้น ไม่มีเจตนาจะลบหลู่หรือทำลายศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ
ลองอ่านดูนะคะเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็น เรื่องสั้นหนูทดลอง เรื่องที่สองของเราเลยทีเดียว(เรื่องแรกยังแต่งไม่เสร็จ อิอิ) เพราะเป็นเรื่องที่เราผูกปมแล้วก็ต้องแก้เอง แตกต่างกับ BKK ที่เราปล่อยให้เป็นภาระของท่านผู้อ่าน อิอิ
<< Part 2 | Part 3 | Part 4 >>
Part 3
"เฮ้ย..เซน มึงจะออกจากทีมบาสจริงเหรอวะ" ไอ้เตอร์ถามผม
"ก็กูออกแล้วนี่ไง"
"มึงออกเพราะแค่เรื่องไอ้แก้มเนี่ยนะ"
"กูออกเพราะเรื่องไอ้เหี้ยพี่แวนต่างหาก"
"ไอ้กร๊วก! มันเรื่องเดียวกันแหละ ห่า!!" มันด่า
"ไม่รู้.. กูไม่มีอารมณ์เล่นบาส แค่กูเห็นหน้าไอ้พี่แวนกูก็จะอ้วกแล้ว"
"แล้วน้องมิสเตอร์สไมล์ บัฟฟาโล่ของมึงล่ะ" ไอ้เหี้ยนี่เสริมเองเสร็จสรรพ เล่นซะความหมายเปลี่ยนเลยมึง
"เฮ้ย..อย่าเสือกเติมเอาเอง มิสเตอร์สไมล์เฉยๆโว้ย"
"นั่นแหละ.. ก็นี่รักครั้งใหม่มึงไม่ใช่เหรอ"
"เออ.."
เราสองคนต้องรีบจบประโยคสนทนาให้เร็วที่สุดซะแล้ว เพราะมันกำลังจะเกิดเหตุการณ์เดจาวูคือวนอยู่ในอ่างทั้งคู่ และอาจได้มีการรำไทเก็กสู้กัน..
ดูเหมือนไอ้เตอร์จะไม่เข้าใจในความรักของผมที่มีต่อน้องลักยิ้ม หรือน้องกิ๊กนั่นเอง ..จะว่าไป ผมเองก็ไม่เข้าใจ
ผมยังชอบอีนังน้องแก้มอยู่ เวลาพูดถึงเรื่องแก้ม-แวนทีไรผมก็จี๊ดขึ้นสมองเหมือนเป็นไซนัสทุกที .. ผมยังคงไม่มีอารมณ์เล่นบาส เหตุผลเพราะไอ้พี่แวนยังเป็นรองกัปตันทีม
แต่ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม..ผมถึงจู่ๆก็จะมาเปลี่ยนชอบผู้ชายคนนี้เอาซะดื้อๆ ..ผมยังยืนยัน นอนยัน กระดึ๊บยันว่าผมเป็นผู้ชายเหมือนเดิม .. ด้วยเหตุผลนี้มันเลยค้านและบอกกับส่วนอื่นๆว่า " ผมชอบกิ๊ก เพื่อประชดน้องแก้ม "
แต่ถ้ามีใครมาถามเอาคำตอบแบบจริงจังๆว่า " ตกลงมึงชอบใครมากกว่า ? " ผมคงจะถีบหน้าไอ้คนถาม แล้วลากมันไปฝากหลวงพ่อที่วัดเผาส่งไปเลย..
เพราะผมรู้สึกว่า ผมตอบไม่ได้
"กิ๊ก วันนี้ไปดูหนังกันมั้ย ?" ผมไม่ฟังเสียงเย้ยหยันของไอ้เตอร์ที่บอกว่า " เสียจวยด้วย เพราะศาสนาคริสต์ห้ามเป็นเกย์ " และยังด้านหน้าจีบเนียนๆด้วยแผนการ"ไอ้เตอร์เป็นเหตุ"ของผมเหมือนเดิม
"โทษที พอดีเราต้องอยู่ช่วยชมรมอะ เซนไม่อยู่เหรอ" ชิบหายละ ชมรมคริสต์มีอะไรทำวะ ลืมสนิท
"แล้ว..พรุ่งนี้น้องกิ๊กว่างมั้ย"
"ก็อาจจะ.." น้องลักยิ้มทำท่าคิด
"นี่..อยู่ปีไหน" เค้าถามผม
"ปีสองครับ" โคตรสุภาพเลยห่า!! มึงคือไอ้เซนเหรอเนี่ย!!
"เราก็อยู่ปีสอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องเรียกน้องก็ได้" ยิ้มอีกแล้ว โฮกกกกกกกกก .. ลักยิ้มสะกดใจกูมาอีกแล้ว
ผมทำทีเป็นเข้าไปช่วยงานในชมรม ..ก็มีงานนั่งร่างใบปลิวกิจกรรมของชมรม ออกแบบไอ้นั่นไอ้นี่ คิดคอนเซปท์อะไรต่างๆมากมาย ก็ได้ใช้สมองดีเหมือนกัน หลังจากที่ไม่ค่อยได้ใช้มานานแล้ว ฮ่าๆๆๆ
"กิ๊ก วันนี้ไปดูหนังกันนะ สัญญาไว้แล้ว" วันต่อมาผมรีบกระแดะไปชวนเค้าอย่างรวดเร็ว
"ฮ๊ะ!!? เราสัญญาไว้เหรอ ?" เค้าทำหน้างง ..ก็ไม่ได้สัญญาน่ะสิ เราตอแหล กร๊ากกก
"สัญญาไว้แล้วสิ โกหกน่ะไม่ดีนะรู้มั้ย" เออ!! จำไว้ล่ะมึง ไอ้เซน ..แหม เสือกทำเสียงแอ๊บแบ๊วใส่เค้าอีก
ถึงจะรู้แล้วว่าผมไม่จำเป็นต้องเรียกเค้าว่าน้อง แต่กายละเอียดผมก็ยังอยากเรียกน้องลักยิ้มอยู่ดี ..
เค้าก็คงว่างแบบที่เค้าบอกไว้จริงๆ ก็เลยมากับผม ..ผมก็แม่งอุตริอะไรไม่รู้เสือกจิ้มเลือกหนังเกย์ซะชิบ ..ไม่รู้คิดอะไรของผมเหมือนกัน เห็นกิ๊กทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่นิดหน่อย แต่ก็รีบเปลี่ยนสีหน้ามาทำเหมือนว่าน่าสนใจสุดๆ ตามมารยาท
"ทำไมถึงเลือกเรื่องนี้" ในที่สุดเค้าคงอดรนทนไม่ได้ ถามขึ้นมาหลังจากที่เพลงสรรเสริญจบแล้ว
"ก็..เพื่อนที่มาดูแล้ว บอกว่าดี" ตอแหลอีกแล้วกู เพื่อนคนไหนล่ะเฟ้ย
"อืมม.." เค้าพยักหน้าช้าๆ
ดูไปดูมาผมก็มีอาการชักกระตุกเล็กๆ เพราะไม่รู้ว่าแม่งผ่านเซ็นเซอร์ไทยมาเข้าโรงได้ยังไงฟะเรื่องนี้ แรงชิบหาย ..ทำแล้วไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรมากหรอก ถึงจะรู้สึกแปลกๆ ..แต่ผมไม่เคยมาดูหนังเกย์อะไรแบบนี้ในโรงเลยนี่ฝ่า
"บาป.." กิ๊กพูดออกมาเบาๆ ซึ่งมันยิ่งทำให้ผมขนลุกซู่ เพราะมันตอกย้ำคำพูดของไอ้เตอร์ที่ว่า " เสียจวยด้วย " เป็นอย่างยิ่ง ..ว่าแต่ ทำไมกูจำแต่ไอ้ท่อนนี้วะเนี่ย!?
"ก็..คงไม่เท่าไหร่หรอกมั้ง.." ผมสวนไปเบาๆ
"ไม่บาปได้ยังไง ไม่เคยอ่านพระคัมภีร์เหรอ" เอาแล้วกู หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!!
"ก็..หมายถึงว่านี่มันแค่หนังน่ะ"
กิ๊กเลยอึ้งในคำตอบ ไม่คิดล่ะซี่ว่าผมจะเจ๋งขนาดนี้ ฮ่าๆๆๆ ..วิชาเนียนขั้นเทพว้อยยย ไม่รู้จักไอ้เซน อย่าริอ่านทำการใหญ่ .. แม่ง เกี่ยวไรวะ ..
พอดูหนังเสร็จ เราก็ออกมานั่งกินไอติมด้วยกัน ..
"เราชอบไอติมนมนะ" น้องกิ๊กพูดกับผม
"เรากินได้ทุกอย่างอะ" ผมพูดหัวเราะๆ
"เออ..กิ๊ก.. แบบว่า กิ๊กเคร่งศาสนามากเลยเหรอ"
"ก็..มากนะ ยิ่งแม่เราอะเคร่งมาก แม่ถึงขนาดบอกเลยนะว่า ถ้าไม่ได้ผู้หญิงที่เป็นคาทอลิค แม่ไม่ให้แต่ง"
ผู้หญิง ..ฉึก!! คาทอลิค ..ฉึก!! มันมิใช่ตัวกูเลยซักอย่างเดียว
"แล้ว..กิ๊กมองพวกรักร่วมเพศยังไง"
"ก็เป็นบาป" เค้าตอบเฉยๆไม่มีอารมณ์ใดๆ ..เออ จะมีได้ไงฟะ แค่กินไอติม
"แค่นั้นเหรอ..?"
"แล้วเซนล่ะมองยังไง" อ๊าววว เจือกถามเค้ากลับนะตัวเอง ..แอ๊บแบ๊วอีกละกู
"ก็..เราว่าความรักมันซับซ้อนกว่านั้นน่ะ ..ไม่รู้สิ แต่เรามองว่าความรักทุกรูปแบบสวยงาม"
"แต่ไม่ใช่สำหรับชาวรักร่วมเพศนะ ..พวกเค้ามีบาป มีแต่ความใคร่ ..ซาตานแกล้งหลอกให้คนเป็นแบบนั้น เพื่อจะพาผู้คนลงนรก ..แต่ถ้าใครเลือกทางเดินของพระเจ้า เราก็จะเดินห่างจากทางเหล่านั้นได้ไง" อะไรฟะเนี่ย ..คนละสูตรกับที่ตูบวชพระเลยง่า
"เราก็เคยคิดแบบกิ๊กนะ.." ตอแหลอีกแล้วครับ "แต่พอเราเอาคำสอนของพระองค์มาทบทวน เราก็รู้สึกว่าพระองค์มีข้อยกเว้น"
น้องลักยิ้มทำหน้างง ..เออ..ผมพูดเอง ผมก็ยังงง ..ใจเย็นๆ รอให้ผมแถเสร็จสมบูรณ์ก่อน
"พระเจ้าบอกให้เรามีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ทุกๆคนไง และเราควรจะให้อภัยหากว่าใครหลงไปตามซาตาน" ไอ้ท่อนหลังนี่เติมเอาเอง
"ถ้าเค้ากลับใจ.." น้องกิ๊กเถียงผม ..อุ๊วะ!!! แค่เอาหลักคำสอนพุทธมาเถียงกันผมยังจะตายแหล่มิตายแหล่ ..นี่ดันยกคำสอนศาสนาคริสต์มาพูด ..คำตอบคือตายลูกเดียวกู!!
ผมไปส่งเค้าที่หอ แล้วขับรถวนออกไปนอกมหาลัย ..และเพิ่งสำเหนียกได้ว่าผมไม่ควรเริ่มเรื่องเกี่ยวกับศาสนาเลยแม้แต่น้อย ..เพราะไม่ว่ายังไงผมก็รู้ไม่จริง ดังนั้น ผมจึงควรเอาเรื่องอื่นมาบังหน้า และควรหลีกเลี่ยงเรื่องเกี่ยวกับศาสนาเป็นอย่างยิ่ง
"เป็นยังไง จีบยากมั้ย" วันดีคืนดีไอ้เตอร์ก็โทรมาล้อผม
"ไม่เว้ย ก็สนุกดี" ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ เค้าไม่ได้เข้าหายาก ..หรืออันที่จริง ผมยังไม่ได้เริ่มจีบจริงๆจังๆซักที ผมกำลังเนียนเข้าไปแบบเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้นเอง
แต่ผมก็เริ่มตีเนียนเข้าไปอยู่ในวงจรชีวิตเค้าบ่อยคึ๊นนบ่อยขึ้น ..ผมรู้สึกว่าไลฟ์สไต์ของเค้าน่าสนใจ มันไม่ใช่แบบที่ผมเป็น .. รอยยิ้มของเค้ายังคงกระทืบโลกของผมได้เหมือนเดิม( หมายถึงทำให้หวั่นไหวจ้ะ โดย คนเขียน ) เห็นทีลัทธินิยมลักยิ้มของผมจะไม่ได้ล้มเลิกง่ายๆซะแล้ว
"เริ่มอยากรู้แล้วเหมือนกันว่าไลฟ์สไตล์ของเซนเป็นยังไง" เหมือนโลกเปิด .. เค้าเริ่มให้ความสนใจในตัวผมมากขึ้น ..มันอาจจะเป็นในฐานะเพื่อนนั่นแหละ แต่มันก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอ กร๊ากกกก
เป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาที่ผมกลับเข้ามาที่ชมรมบาส ผมมากับน้องลักยิ้มนั่นเอง เพราะเค้าอยากรู้มั่งว่าวันๆผมทำอะไร และผมใช้ชีวิตแบบไหน
ทันทีที่พี่ตี๋ประธานชมรมและควบตำแหน่งกัปตันทีมบาสเจอผม แกถึงกับมืออ่อน ปล่อยลูกบาสหล่น และวิ่งเข้ามากอด หยั่งกับคิดว่าผมตายห่าไปนานแล้ว ..เว่อร์จริงๆ
"กูคิดว่าจะไม่ได้เจอมึงอีกแล้ว" พี่แกทำเสียงตอแหลมาก
"พอพี่พอ.." ผมชักหมั่นไส้
ไอ้เตอร์ก็ยืนทำหน้างงๆว่าผมมาทำไม เพราะผมฝากให้มันบอกกับทุกๆคนแล้วว่าผมออก..
มิสเตอร์สไมล์ของผมเดินไปนั่งที่ข้างสนาม เค้าจะรอดูฝีมือเล่นบาสของผม ..แน่ล่ะผมไม่รอช้า รีบเปลี่ยนชุดแล้วมาลงเล่นทันที ..เออ ยอมรับก๊าบบบว่าผมอยากโชว์เทพกับกิ๊กด้วย ..แต่อีกเหตุผลนึงคือผมก็คิดถึงลูกบาสใจจะขาด
ผมเล่นไปเรื่อยๆ แกล้งปั่นหัวพี่ตี๋เล่นนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ทำแต้มไปได้ประมาณ 23 แต้มภายในเวลาไม่กี่นาที ไม่รู้ไอ้พวกบ้านี่อ่อยให้ผมกลับมาเข้าชมรมรึเปล่า
..แต่ผมมีความสุขจริงๆที่ได้เล่นบาส
ผมคอยเหลือบมองกิ๊กที่นั่งอยู่ข้างสนามตลอด ดูเหมือนเค้าก็มองผมตลอดเช่นกัน ..เค้ายิ้ม ฮ่วยย ตูเขินน หุบยิ้มเดี๋ยวนี้ .. แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ไอ้ลูกกรอกคนนึง รุ่นน้องปีหนึ่งที่คงมาเข้าชมรมใหม่ระหว่างที่ผมหายแซ่บหายสอยไปเสียหนึ่งเดือนมาทำก้อร่อก้อติกใส่น้องลักยิ้มของผม ไอ้ปลวกก!! ให้มันรู้ซะมั่ง ของใครเป็นของใครเฟ้ย!!
สีหน้ากิ๊กดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนเค้ากำลังลำบากใจนิดหน่อย ถึงผมจะไม่ได้ยินว่าไอ้กุมารทองนั่นมันพูดอะไร แต่ผมก็พร้อมเสมอที่จะแกล้งขว้างลูกบาสไปเฉียดกบาลมันเพื่อปกป้องน้องลักยิ้มที่เลิฟของผม
"โอ๊ย!!" มันร้องเหมือนกุมารโดนมีดหมอ ..ผมล่ะสะใจจริงๆ
"เฮ้ย..เซน แป้นอยู่ทางนี้" ไอ้เตอร์รู้ทันผม พอพูดจบมันก็แอบแท็กกับผมเล็กน้อยพอเป็นพิธี .. อย่างที่บอก มันมักจะเชียร์เพื่อนเสมอ
ไอ้น้องกุมารห้าแยกคลำหัวปอยๆ ..ผมเลยเดินไปเก็บลูกบาสแถวๆนั้น
"พี่เซน ตั้งใจรึเปล่าเนี่ย" มันเรียกชื่อผม ..แน่นอน ..ไม่มีคนที่ดูกีฬาในมหาลัยไม่รู้จักผม
"ถ้าไม่อยากให้โดนก็ไปนั่งตรงอื่นดิ พี่หลุดมือแฉลบมาทางนี้บ่อย" คาดว่ามันคงฉลาดพอที่จะรู้ว่าผมบอกเป็นนัยๆว่า " ออกไปให้ห่างๆน้องลักยิ้มกูหน่อยเว้ยเฮ้ย " ดังนั้นไอ้น้องกุมารทองมันเลยเดินเลี่ยงๆๆไปทางอื่น
ส่วนกิ๊กก็ยิ้ม.. แบบที่ผมไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ..แต่ที่รู้คือ เค้ายิ้มน่ารักมากๆ และมันทำให้ผมยิ่งอยากได้เค้ามาเป็นแฟนใจจะขาด..
"มีแฟนรึยังอะกิ๊ก" พอเล่นบาสเสร็จผมก็ถามอย่างไม่เกรงฟ้าอายดิน .. หลังจากเนียนจีบมาสองอาทิตย์ ..ผมจะเริ่มเจาะไข่แดง เอ๊ย!! เจาะตรงประเด็นตรงๆซะที!..
<< Part 2 | Part 3 | Part 4 >>
- - - - --------------------------
นั่นสินะ..แล้วกิ๊กจะตอบยังไงล่ะเนี่ย
อาจจะรู้อะไรไม่ละเอียดเท่าไหร่ อาศัยครูพักลักจำ อิอิ