Title : ก็แฟนผมเค้าเคร่งศาสนา
Rate : PG-15
Type : Short-Novel , POV
Author : B e L L e
Plot Outline : เมื่อหนุ่มจ้าวลัทธินิยมลักยิ้มอย่างเซน ดันไปสะดุดรักหนุ่มลักยิ้มน่ารักคนหนึ่ง แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อหนุ่มคนนั้นดันเป็น คริสต์ ซะนี่! ..เกย์ สำหรับศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคถือเป็นบาป แล้วเขาจะจีบหนุ่มคนนั้นยังไงล่ะเนี่ย!?
Disclaimer : นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมมติขึ้น ไม่มีเจตนาจะลบหลู่หรือทำลายศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ
ลองอ่านดูนะคะเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็น เรื่องสั้นหนูทดลอง เรื่องที่สองของเราเลยทีเดียว(เรื่องแรกยังแต่งไม่เสร็จ อิอิ) เพราะเป็นเรื่องที่เราผูกปมแล้วก็ต้องแก้เอง แตกต่างกับ BKK ที่เราปล่อยให้เป็นภาระของท่านผู้อ่าน อิอิ
<< Part 3 | Part 4 | Part 5 >>
Part 4
"มีแฟนรึยังอะกิ๊ก" ผมถาม
"มีแล้ว" ฮ๊ะ!! เหมือนภูเขาทั้งลูกหล่นลงมาทับอกผมอย่างแรง .. ไม่จริงใช่มั้ย .. ไม่จริง!!!
"ล้อเล่นน่ะ.." นี่ถ้าไม่ติดว่ากำลังจีบนี่ผมเอาซี่โครงติดข้างฝาไปแล้ว ..กวนตีนจริงๆคนเรา
"พูดแล้วห้ามหัวเราะนะ.. ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีแฟนเลย" เค้ายิ้ม ..อาา.. ยิ้มอีกสิจ๊ะ
"ไม่เห็นจะน่าขำเลย" ผมทำแอ๊บแบ๊ว ..ตอแหลได้อีกครับเซนครับ
"กิ๊กไม่เปิดใจให้ใครเหรอ"
"ก็คงงั้นมั้ง.." เค้าทำท่าคิด
"เรารู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่นน่ะ"
"ฮ๊ะ!!" ผมงงว่ะครับ ไม่เหมือนยังไงฟะ กิ๊กเค้าก็ออกจะน่ารักดี
"เราก็ไม่รู้เหมือนกัน.. แต่ก็ตลกดีนะ เราพูดเรื่องแบบนี้กับเซนเป็นคนแรกเลย"
ว๊ากกกกกกกกกก!!! ผมอยากจะแก้ผ้าแล้วไปเต้นระบำฮาวายในทำเนียบให้รู้แล้วรู้รอด!! ..แน่นอนว่า ไม่คิดจะชวนท่านๆรัฐมนตรีคนใดมาเต้นด้วยเพราะออกจะน่ากลัวไปสักหน่อย
ไม่รู้นะ..มันอาจไม่ได้ฟังดูหวานจ๋อยอะไรหรอก แต่ผมรู้สึกได้ว่าเค้าให้ความสำคัญกับผมน่ะ .. ฮ่าๆๆๆๆ ก็ผมมันหล่อไง
ผมรู้ดีว่านับแต่วันนี้ พฤติกามผมก็เปลี่ยนไป จากที่เป็นเหมือนเพื่อนธรรมดา ผมเริ่มเทคแคร์เค้ามากขึ้น ..บางทีเค้าจะไปไหนก็ไปรับไปส่ง เราไปเที่ยวเล่นกันบ่อยขึ้น ..จนบางครั้งเพื่อนเค้าก็มองผมแปลกๆ แน่นอน..เพื่อนกลุ่มเค้าเป็นพุทธกันหมด ดังนั้นจึงดีเยี่ยมเพราะคงจะไม่มีใครพูดใส่หูเค้าว่า บาป บาป บาป ถ้าผมกับเค้าเกิดจับพลัดจับผลูเป็นอะไรกันขึ้นมาจริงๆ โฮ่ๆๆๆ
กับน้องแก้ม ผมยังไม่เคยเอาใจแกขนาดนี้เลยนะ ..ไม่รู้สิ ... ไม่รู้ว่ะ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน รู้สึกเหมือนผมได้ทำอะไรที่ผมไม่เคยทำให้น้องแก้มยังไงไม่รู้ .. และตอนนี้ ผมเห็นแก้ม-แวนเดินอี๋อ๋อกัน ผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป .. ไม่รู้ว่าความรู้สึกมันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่
และที่สำคัญ..ผมไม่อยากหยุดจีบกิ๊กเลยซักวินาทีเดียว!
"รู้สึกว่าการเรียนเราแย่มากเลยช่วงนี้" ไม่แย่ยังไงไหว ตูเล่นแทบไม่เข้าเรียนเลยนี่ฝ่า ฮ่าๆๆๆ เลวจริงๆ
"อ้าวเหรอ" กิ๊กไม่รู้ .. แน่นอนชีวิตด้านการเรียนผมยังมิเคยเปิดเผยกับเค้าเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวเค้าจะรู้ว่าผมไม่ใช่เด็กเรียนอย่างที่ปั้นหน้าตอแหลอยู่ทุกวันนี้
ตอนนี้ผมก็ยังคงเป็นเด็กแก่เรียน ชอบภาษาแต่โดนบังคับเรียนวิศวะ และเป็นหนุ่มคาทอลิคอยู่..
เราอยู่ในร้าน Black Canyon กันสองคน ..ไม่มีสิงสาราสัตว์ใดๆมารบกวน อา..สุขใจ
"เราชอบกิ๊กนะ" เรื่องแบบนี้ผมหน้าด้านอยู่แล้ว
"ลูกของพระเจ้าไม่เคยเกลียดใคร"
"ไม่..เราหมายถึงชอบแบบชู้สาว" ถึงจะโดนสวดเรื่อง บาป บาป บาป ผมก็ไม่กลัว
"อะไรนะ"
"เราอยากเป็นแฟนกับกิ๊ก" พูดออกไปได้ยังไงฟะตู ..ถึงจะบอกว่าตัวเองหน้าด้านก็เถอะนะ แต่แม่งก็อดเขินไม่ได้เหมือนกันวุ้ย
"มันไม่ใช่นะ เซนเข้าใจผิด.." มาแล้วบาทหลวงกิ๊ก
"พระองค์ทรงสอนให้รัก แล้วเราผิดตรงไหนล่ะ" ผมเริ่มตอแหลเนียน
"ความรักต้องไม่ผิดศีลธรรม รักร่วมเพศเป็นเรื่องของซาตาน"
"เรามีสิทธิ์ที่จะรักทุกๆคน ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างบนโลกใบนี้"
"แต่มันไม่ใช่ความรักแบบนี้..หรือเซนคิดว่า ถ้าเซนรักสัตว์ เซนก็จะต้องเอากระต่ายมาเป็นแฟนแบบนี้น่ะเหรอ" กิ๊กมีเหตุผลชิบหาย ตูจะเถียงยังไงเนี่ย
"แต่กิ๊กไม่ใช่สัตว์นะ" แต่ถ้าจนมุมง่ายๆก็ไม่ใช่ไอ้เซนเว้ยเฮ้ย
"เราเชื่อมั่นว่าความรักของเราไม่มีเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้อง มันเป็นความรักที่บริสุทธิ์" ว่าไปนั่นเลยตู ..แต่ผมก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องเซ็กส์จริงๆนะ
"ถ้ากิ๊กยังจะย้ำว่าความรักของเราเป็นเรื่องของซาตาน ..เราก็จะขอขายวิญญาณให้ซาตาน เพื่อจะได้รักกิ๊กต่อไป"
โอ๊ยยยยยย ไอ้เหี้ยเอ๊ยยยย!!! ถ้ากูไปปราศรัยหาเสียงกูจะได้เป็นนายกฯมั้ยวะเนี่ย คมชิ้บบบบหาย!!~
กิ๊กนิ่งไป..ดูเหมือนเค้าจะรู้ตัวแล้วว่าเทศน์อะไรมามันก็ไม่เข้าหัวคนบาปอย่างผม .. แต่ไม่รู้นะ ครั้งนี้ผมไม่ยอมแพ้เหมือนตอนน้องแก้มหรอก
"ความรักคืออะไร..?" อยู่ๆเค้าก็เปลี่ยนเรื่อง ..เฮ้ย!! แปลกกว่าที่ผมคิดไว้
"ไม่รู้สิ มันนิยามออกมายากมากๆ" ผมหาคำมาอธิบายไม่ออกจริงๆ
"แต่สำหรับเรา ความรักมันเรียกว่ากิ๊ก" ไปตายซะมึงไอ้เซน!!!! แม่ง น้ำเน่าอยู่ได้!!~
ถึงผมจะว่ามันฟังดูบ้าๆ แต่กิ๊กกลับหัวเราะออกมาเบาๆ
เค้าชวนผมออกจากร้านแบล็คแคนย่อน อันที่จริงเค้าชวนผมออกไปจากห้าง ..กิ๊กบอกให้ผมขับไปตามทางที่เค้าบอก ..ท้องฟ้ามันเริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ ผมชักหวาดระแวงว่ากิ๊กเห็นผมเป็นคนบาปแล้วจะเอาผมไปฆ่าหมกศพรึเปล่า
แต่ใจผมก็ชื้นขึ้นเมื่อกิ๊กบอกให้จอดรถแถวๆเชิงสะพานพุทธ ..ผมก็หาที่จอดก่อนจะเดินตามน้องลักยิ้มของผมซึ่งเดินสวบๆขึ้นไปบนสะพานแล้ว
"นานๆเราจะได้มาที่นี่ซักครั้งนึง" เค้าพูดยิ้มๆ
"ตอนเด็กๆ พ่อแม่เราเคยพามาเดินเล่นทีนึง แต่เราซนมาก พยายามปีนขอบสะพานจะกระโดดลงไป ...เออ ใช่ รู้สึกจะกระโดดลงไปแล้วด้วยซ้ำ" กิ๊กเล่าด้วยท่าทางเรื่อยๆ ผมก็ฟังเรื่อยๆ
"แต่โชคดีที่ก้าวขาไม่พ้นพ่อเลยคว้าตัวไว้ทัน" ผมนึกภาพแล้วก็หวาดเสียวจนขนรักแร้หดตามไปด้วย
"ตั้งแต่ตอนนั้นแม่เลยสั่งห้ามใครพาเรามาอีก แล้วก็คอยขู่อยู่ตลอดว่าที่เนี่ย..อันตรายมาก ใครไปงี้เจอดีทุกราย ... อย่างว่าแหละ ตอนนั้นเราประมาณ 4-5 ขวบ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรก็เชื่อแม่ไว้ก่อน"
ผมพยายามฟัง ผมยังไม่แน่ใจว่ากิ๊กจะสื่อความหมายถึงอะไร
"เราถึงเพิ่งมารู้ความจริงเอาตอนป.3-ป.4 ว่าที่แม่ห้าม เพราะมันอันตรายจากตัวเราเอง ไม่ใช่จากสถานที่ ... แต่รู้มั้ยว่า ความกลัวฝังใจที่โดนแม่ขู่ตั้งแต่เด็ก มันก็ยังทำให้เราไม่กล้ามาที่นี่อีกอยู่ดี"
"เรามาที่นี่กับเซนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยนะ" ผมได้ยินแบบนี้ก็ดีใจนะ เขินด้วย..แต่เหมือนเดิม คือว่า..ผมไม่เข้าใจง่ะ
"คือ...?" ผมตัดสินใจโชว์โง่ เพราะงงจริงๆ พับผ่า!!
"เซนว่าสะพานพุทธน่ะอันตรายจริงๆรึเปล่า"
"ก็ไม่นี่.." ผมตอบ "มันอยู่ที่ตัวเรา ว่าเราจะเดินระวังรึเปล่า"
"แล้วเซนจะพาเราปีนขอบสะพานแล้วกระโดดลงไปรึเปล่า" พอถึงคำถามนี้ ผมเลยเข้าใจ
กิ๊กเปรียบเทียบสะพานพุทธเหมือนกับคำว่า เกย์ ในนิยามของคาทอลิค ซึ่งแม่เค้าหรืออาจจะใครต่อใครคอยบอกอยู่เสมอว่ามันไม่ดี
และเปรียบเทียบการกระโดดลงไปจากสะพานว่าเป็นนรกของศาสนาคริสต์ ..
กิ๊กเหมือนกับกำลังคิดอยู่ว่า ถ้าเค้าตัดสินใจเดินตามทางที่แม่ห้าม ผมจะพาเค้าบาปรึเปล่า
"ไม่มีทาง.. ต่อให้ต้องโดนผลักลงไป เราก็จะขอลงไปคนเดียว" ผมไม่แน่ใจว่ากิ๊กจะตีความหมายของผมว่าอย่างไร แต่ผมก็พูดตามที่ผมคิด
"เราชอบที่เซนให้ความหมายของความรักนะ" กิ๊กยิ้ม ลักยิ้มของเค้าเสริมให้หน้าตาน่าเอ็นดู
"รู้มั้ย ความรักสำหรับเรามันก็เรียกว่าเซนเหมือนกัน" พอกิ๊กพูดจบผมวิ่งเข้าไปกอดอย่างแรงเลย ..แม่งดีใจสุดๆ ..ขอหลุดหยาบหน่อยเถอะ นี่กายละเอียดนี่นะ
ผมไม่ได้หวังอยากได้อะไรจากกิ๊ก ผมแค่อยากดูแลเค้าแบบนี้
"เซน..ปล่อยได้แล้ว" น้องลักยิ้มทุบเบาๆที่ไหล่ผม ..แต่ผมไม่สน ผมไม่ปล่อย ..ผมมีความสุข
"ปล่อยนะเซน..อายคนอื่นเค้า" อายใครที่ไหน ตอนนี้ไม่มีใครอยู่บนสะพานเลยนอกจากเรา ..แต่ผมก็ยอมคลายอ้อมกอดราวกับสัตว์ป่าของตัวเองออกมาแต่โดยดี
และผมถึงเพิ่งได้เห็นกิ๊กยิ้มแบบมีความสุขแบบนี้ ..ลักยิ้มสะท้านโลกา บัดนี้เป็นของผมแล้วจริง!!
แล้วผมก็ไปส่งน้องกิ๊กของผมถึงหอ.. ไม่สิ เรียกได้ว่าไปส่งถึงห้องกันเลยล่ะ ..นายเบสท์ที่เป็นรูมเมทของกิ๊กก็มองๆ ..แต่ผมว่านายนี่เยี่ยมยอดที่สุดในบรรดาเพื่อนของกิ๊กแล้ว เพราะดูเหมือนเค้าจะคอยเชียร์ให้ผมกับกิ๊กได้กัน เอ๊ย!! เป็นแฟนกัน!! มาตลอด
พอผมปิดประตูให้ ผมก็ได้ยินเสียงเหมือนกิ๊กกำลังพูดอะไรบางอย่างกับเบสท์เบาๆ แล้วเสียงถัดมาคือเสียงนายเบสท์โห่ร้องราวงานบวชนาค ...ซึ่งถ้าผมเดาไม่ผิด กิ๊กก็คงบอกเรื่องของเรา
วันนี้ตูมีความสุขโว้ยยยยยยย .. ผมเดินยิ้มเหมือนคนบ้าจนกลับไปที่รถ แล้วขับไปที่หอตัวเอง .. ตอนนี้แค่สามทุ่ม ไอ้เตอร์คงนั่งเล่นเกมอยู่ แล้วผมจะเล่าๆๆทุกอย่างให้มันฟัง
ทันทีที่ไอ้เตอร์ฟังจบมันก็สรรเสริญ
"ดีใจด้วย..ในที่สุดมึงก็ลากเค้ามาสู่หนทางคนบาป"
"ไอ้เหี้ย!! มึงจะชื่นชมหรือจะด่ากูก็เอาซักอย่าง"
"ดีใจด้วยๆโว้ยยย"
แล้วผมกับมันก็อยู่คุยทำห่าอะไรไม่รู้ทั้งคืน วันต่อมาเสือกมีเรียนตอนสายอีก ..โอ้ว พระเจ้า
"ต่อไปนี้กูจะตั้งใจเรียน" ผมลั่นสัตย์ปฏิญาณกับไอ้เตอร์
"เออ..ก็ดีไป แล้วมึงจะกลับเข้าชมรมมั้ย" ดูท่ามันจะสนใจเรื่องบาสมากกว่าเรื่องเรียนแฮะ ห่านี่!!
"กลับเว้ย" แน่นอนว่าต่อไปผมจะต้องกลับสู่วงโคจรเดิมคือ ซ้อม ซ้อม แล้วก็ ซ้อม
"คราวนี้ได้ไปเคนตั๊กกี้ฮอล์แน่มึง"
"เคนตั๊กกี้บ้านพ่อมึงสิ" ผมรู้ว่ามันไม่ได้พูดผิด แต่มันแกล้งแซวผมเฉยๆ ไอ้นี่!!
วันต่อมาผมก็กลับมาเล่นบาสอย่างสเบยใจ พอเห็นน้องแก้มผมก็ยิ้มให้เหมือนเดิม ..และพอเห็นไอ้พี่แวน ผมก็กลับไปคุยดีเหมือนเดิม ..ไม่พยายามทำเป็นมองไม่เห็นหรือหลบหน้าอีกแล้ว เพราะตอนนี้หัวจวย เอ๊ยย!! หัวใจผมอยู่ที่น้องลักยิ้ม ซึ่งบัดนี้กลายเป็นสมบัติส่วนตัว หรือที่เรียกง่ายๆว่า 'แฟน' ของผมไปแล้วเรียบร้อย
จะว่าไปวิธีการตอบรับของน้องกิ๊กก็เล่นเอาผมใจหายใจคว่ำ ..ไม่เหมือนในหนังเกาหลีที่ออกจะหวานจ๋อยลิงเคี่ยวน้ำตาลมาเอง ..แต่ผมก็ดีใจนะ ดีใจสุดๆที่ได้เป็นแฟนกับเค้า.. ว่าแต่ ไอ้กายละเอียดผมยังเรียกเค้าว่า 'น้อง' ไม่เลิกเลยนะเนี่ย!!
มิสเตอร์สไมล์ของผมมานั่งดูผมซ้อมบาสที่ชมรมเหมือนเคย ..และถ้าจะมีใครมายุ่มย่ามล่ะก็ คราวนี้ผมก็จะเขวี้ยงบาสไปเฉียดกบาลมันเหมือนเดิมแหละ ..แต่สิ่งที่ผมจะตามไปบอกมันก็คือ
"คนนี้แฟนพี่..อย่าเจือก!" ...
<< Part 3 | Part 4 | Part 5 >>
- - - - --------------------------
อย่าลืมนะฮ้า~ อยากถามอะไรตัวละครถามมาได้เลย เดี๋ยวจะไปลากพวกมันมาตอบ อิอิ
ช่วงนี้คนเม้นท์น้อยอ่า โฮรกกกกกกกก ToT
(เอ๋ อะไรลอยๆมาอ่ะ
เฮ้ยย มานิ่มๆเลย คิดว่าจะไม่มีคำนี้ซะแล้วในตอนนี้ เล่นเอาเราใจเต้นเลย อยากบอกเหมือนจะมีน้ำมาหล่อเลี้ยงตานิดๆด้วย