Title : ก็แฟนผมเค้าเคร่งศาสนา
Rate : PG-15
Type : Short-Novel , POV
Author : B e L L e
Plot Outline : เมื่อหนุ่มจ้าวลัทธินิยมลักยิ้มอย่างเซน ดันไปสะดุดรักหนุ่มลักยิ้มน่ารักคนหนึ่ง แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเมื่อหนุ่มคนนั้นดันเป็น คริสต์ ซะนี่! ..เกย์ สำหรับศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคถือเป็นบาป แล้วเขาจะจีบหนุ่มคนนั้นยังไงล่ะเนี่ย!?
Disclaimer : นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมมติขึ้น ไม่มีเจตนาจะลบหลู่หรือทำลายศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งทั้งสิ้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ
ลองอ่านดูนะคะเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็น เรื่องสั้นหนูทดลอง เรื่องที่สองของเราเลยทีเดียว(เรื่องแรกยังแต่งไม่เสร็จ อิอิ) เพราะเป็นเรื่องที่เราผูกปมแล้วก็ต้องแก้เอง แตกต่างกับ BKK ที่เราปล่อยให้เป็นภาระของท่านผู้อ่าน อิอิ
Part 6
หลายวันที่ผ่านมาเราไม่ได้คุยกันเลย ผมโทรไปกิ๊กก็ไม่รับสาย ..ผมพยายามไปหาที่ชมรมก็ไม่เจอ เหมือนกิ๊กพยายามหลบหน้าผม
ผมพยายามถามจากเบสท์ รูมเมทของกิ๊ก มันก็เอาแต่บอกไม่รู้ๆ
เลยลองไปตามตารางเรียนของเค้าที่ผมจำขึ้นใจ .. ก็ดูเหมือนว่าเค้าจะรู้ทันและหาทางหลบผมได้ทันเวลาทู้กกที นี่ขนาดผมหนีเรียนภาควิชาไฟฟ้ามาตามหาเลยนะเนี่ย ... แฮ่ก.. โอย เริ่มเหนื่อย..
ผมรู้ว่าผมก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร นี่ขนาดเคยบวชขัดเกลาสันดานมาแล้ว 10 วันยังแก้ไขอะไรไม่ค่อยได้
ไม่รู้สิ.. ยอมรับว่าผมไม่ได้ศรัทธาในสิ่งเดียวกับกิ๊ก ..แต่ผมไม่ได้มีเจตนาจะไปลบหลู่เค้าแบบนั้น กิ๊กตีความผมผิดไป ..
ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปนะ ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงวิ่งโร่ไปหาสาวลักยิ้มคนใหม่ ..แต่ไอ้เซนตอนนี้ ทำหยั่งงั้นไม่ได้ เพราะมันมีใจให้หนุ่มลักยิ้มคนนี้คนเดียว .. เออ หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะเสือกน้ำเน่า ตายซะมึงไอ้เซน
"เบสท์ กูรู้ว่ามึงเสี้ยมให้กูกะกิ๊กเป็นแฟนกัน" ผมบุกไปหาไอ้เบสท์ถึงห้องเรียนวิศวะโยธา
"โหห มึงพูดซะปัดภาระมาทางกูหมดเลยห่า!!" อันที่จริง มันไม่ได้เสี้ยมหรอกครับ มันแค่แอบเชียร์เฉยๆ
หลังจากที่ผมกับกิ๊กเป็นแฟนกัน เราก็ได้คุยกับเพื่อนของอีกฝ่ายบ่อยขึ้นๆ จนหยาบคายใส่กันได้อย่างที่เห็นนี่แหละ
"แล้วมึงไม่มีเรียนเหรอวะ" มันถามผม
"กูไม่สน!! มึงบอกกูมาก่อนว่ากิ๊กอยู่ไหน"
"เหี้ยแล้วไง..มึงไปถามไอ้หมิงดิวะ ..กูอยู่โยธาโว้ยไม่ได้อยู่มนุษย์"
"กูแจ้นไปถามแล้วโว้ย มันก็โบ้ยมาทางมึงนี่แหละ!" อ้าว ไอ้เหี้ยพวกนี้แม่งโยนกันไปโยนกันมา
"เหี้ยอีกแล้ว..ไอ้หมิงยอดรัก" มันทำบ่น "กูไม่รู้.."
"มึงแค่นอนด้วยกันเฉยๆใช่มั้ย อีกคนจะเป็นอะไรมึงไม่เคยสนใจเลยใช่มั้ย"
"ไอ้กร๊วกกก!!! นอนห้องเดียวกันเฉยๆโว้ย มึงแม่งพูดเรื่องธรรมดาให้อัปปรีย์ชิบหาย" เออ กูติดไอ้เตอร์มา( อ๋าวว ไอ้เตอร์ร้องลั่น )
"กูเสี้ยม..เอ๊ย! เชียร์มึงสองคนก็จริงนะเว้ย ..แต่กูก็รักเพื่อนกู เพราะฉะนั้นกูก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเพื่อนกู" ไอ้เชี่ยแม่งพูดเหมือนกิ๊กจะย้ายมหาลัย เว่อร์จริงมึงไอ้เบสท์
"มึงเชื่อในความรักมั้ยเบสท์ ?" ผมเริ่มน้ำเน่าใส่ไอ้เบสท์ ซึ่งได้ผลเพราะมันนิ่งไป
"กูไม่รู้ว่าความรักมันสำคัญสำหรับมึงแค่ไหน .. แต่สำหรับกู มันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า.." กำลังจะพูดว่า นมน้องอาโออิ แต่เดี๋ยวจะเสียฤกษ์
"มันสำคัญกับกูมาก .. และเบสท์ เพื่อนมึงสำคัญสำหรับกูมาก .." ผมพูดชัดถ้อยชัดคำ
"กูรักเพื่อนมึงอะ เหตุผลแค่นี้พอมั้ยที่มึงจะบอกกูว่าเค้าอยู่ไหน ?"
มันอึ้งไปเลยครับ .. เรามองหน้ากันเกือบนาที แล้วมันก็บอกผมว่า
"ตอนนี้คงอยู่ตึก 4 ห้องอาจารย์Nicoleอะ หรือไม่ก็อาจจะลงมาแล้ว"
ในที่สุดผมก็ได้คำตอบที่ตั้งคำถามกับตัวเองมาหลายวัน .. ไอ้เบสท์ตอบผมว่า พอ .. เพียงพอที่ผมจะรู้ว่าเค้าอยู่ไหน ..
แต่คนที่ผมอยากได้คำตอบจากปากมากที่สุดคือเค้า .. ผมอยากรู้ว่ามันพอมั้ยที่ผมกับเค้าจะคบกันต่อไป ?
ผมรีบวิ่งไปตึก 4 .. ถ้าไม่ได้ไอ้เบสท์ผมคงไม่รู้ เพราะตึกนี้เป็นกองอำนวยการ และส่วนใหญ่จะมีแต่ห้องอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งคงเป็นสถานที่แรกๆที่ผมจะปฏิเสธว่ากิ๊กอยู่ที่นี่
เหมือนจับวาง .. ผมมองเห็นกิ๊กเดินลงมาบันไดพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มเค้าที่ชื่อตอง .. ผมรีบวิ่งไปให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันเค้าลงมา
แล้วก็ทันจริงๆ
"กิ๊ก เรามีอะไรจะคุยด้วย" ผมกึ่งฉุดกึ่งลากกิ๊กออกมาในมุมอับที่คุยกันได้สองคน
"ก่อนอื่น..กิ๊กมีอะไรจะพูดมั้ย ?"
"เรื่องอะไร" กิ๊กสะบัดแขนผมออกอย่างแรง
"เรื่องที่มันเกิดขึ้นไง..เรื่องของเรา" ผมทำใจเย็น
กิ๊กผลุบตาต่ำลงเหมือนรวบรวมสติ
"เรื่องของเรามันก็เป็นแค่การสร้างเรื่องของเซน..มันเป็นแค่การเล่นสนุกของเซนคนเดียว"
"รู้มั้ยว่าเรายอมเข้ามาอยู่หนทางของคนบาป!! เราต้องสวดมนต์เพิ่มหลายจบเพื่อให้พระเจ้าให้อภัย ..ตลอดเวลาเรากลัวว่าจะต้องลงนรก ..ที่เรายอมได้ก็เพราะเซนคนเดียว ..แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราทำไปทั้งหมดมันก็แค่เพื่อเรื่องโกหก"
คำพูดแบบนี้ก็ยังคงทิ่มแทงจิตใจผมเหมือนเดิม แต่ภูมิคุ้มกันผมเริ่มจะหนาขึ้น ..ผมเลยสามารถพูดต่อ ในสิ่งที่ผมอยากจะพูดกับเค้าได้
"อืม.. งั้นกิ๊กฟังเรื่องของเรามั่งนะ"
เค้าก็มองหน้าผม ..อ่านจากสีหน้าแล้วเค้าคงคิดว่า " ก็รีบๆพูดมาให้มันจบๆ "
"เราตั้งใจเอนท์เข้าวิศวะไฟฟ้าเพราะเราชอบ ทีแรกแม่เราจะให้ไปเรียนมนุษย์ เพราะเรามันเป็นพวกไม่ตั้งใจเรียน แม่กลัวว่าถ้าเราเลือกวิศวะไฟฟ้าแล้วเดี๋ยวจะโดนไทร์ .. เราเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบเข้าห้องสมุด วันนั้นครั้งแรกที่เราเจอกัน ..เราเข้าห้องสมุดเพราะไม่มีที่ไป ตอนนั้นเรากำลังอกหักจากน้องแก้ม ดาวคณะนิเทศน์ .. เราเลยคิดว่าไปนั่งอ่านไอ้พวกหนังสือเล่มควายๆพวกนั้นแล้วเราอาจจะดีขึ้น .. แล้วเราก็เจอกิ๊ก ..อืม..เราชอบคนมีลักยิ้ม จริงๆแล้วเราเป็นผู้ชาย เราไม่คิดจะชอบผู้ชายด้วยกัน แต่ไม่รู้ทำไม เราถึงเลือกที่จะจีบกิ๊ก .. ตอนแรกเราอาจจะตั้งใจจีบประชดน้องแก้มจริงๆ "
ผมเล่าถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ทำไมเสียงมันสั่นๆ..แต่ผมก็ฝืนใจเล่าต่อ
"เรายอมรับ เราจะจีบกิ๊กสนุกๆ ..เลยแกล้งตามดูว่าไลฟ์สไตล์ของกิ๊กเป็นยังไง กิ๊กชอบอะไร ไม่ชอบอะไร .. จนเราได้รู้ว่ากิ๊กนับถือศาสนาคริสต์ ด้วยความที่เราอยากเข้าใกล้ เราเลยแกล้งตอแหลว่าเราก็นับคริสต์เหมือนกัน เผื่อว่าระยะห่างของเราสองคนมันจะใกล้ขึ้น .. แล้วเราก็คิดถูกจริงๆ"
"กลายเป็นว่าตัวตนที่เราสร้างขึ้นมามันใกล้เคียงกับกิ๊กทุกอย่าง เราเข้ากันได้ดี .. แล้วเราก็ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เราลบภาพน้องแก้มออกจากใจไปได้จริงๆ .. เราเริ่มรู้สึกว่าเราชอบกิ๊กขึ้นมาจริงๆ ..เรายังคงย้ำกับตัวเองว่าเราไม่ใช่เกย์ เราไม่ได้เป็นเกย์ .. แต่เราก็ชอบกิ๊กมากจริงๆ .. แล้วเราก็ตอแหลต่อมาเรื่อยๆ แกล้งให้เหตุผลประโลมโลกอย่างที่กิ๊กเคยได้ฟัง เพื่อที่จะให้กิ๊กเข้าใจถึงความรู้สึกที่เรามี"
"วันนั้นเราดีใจสุดๆที่รู้ว่ากิ๊กยอมมาสะพานพุทธกับเราเป็นคนแรกหลังจากที่ไม่ได้มาหลายปี .. เพราะเรารู้ดีว่ากิ๊กยอมเสี่ยงเลือกทางที่คิดว่าอันตรายเพื่อมากับเรา แล้วเราก็บอกตัวเองว่าเราจะไม่ยอมให้กิ๊กตกลงไปแน่นอน.."
ผมสูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ .. ก่อนจะพูดต่อไป
"สิ่งที่เราจะบอกกับกิ๊กวันนี้ คือตลอดเวลาที่ผ่านมา เราโกหกกิ๊กทุกเรื่อง ยกเว้นสามเรื่องคือ หนึ่ง เราชื่อเซน .. สอง เราชอบเล่นบาส .. และสาม เราชอบกิ๊กมากจริงๆ.."
"เราไม่รู้ว่าสำหรับศาสนาคริสต์ รักร่วมเพศมันผิดบาปที่ตรงไหน .. ถ้ามันจะผิดที่มีแต่เรื่องของความใคร่ เราก็ขอบอกว่าเราไม่ได้คิดเรื่องนั้นกับกิ๊กเลย"
"เราขอโทษ ..ขอโทษที่โกหกกิ๊กมาตลอด ..ขอโทษที่ตัวตนจริงๆของเราไม่ได้มีอะไรดี .. เราไม่ได้เป็นคาทอลิค ..เราก็เป็นแค่คนนึงที่รักกิ๊ก เราอยากรู้ว่าเหตุผลแค่นี้มันพอรึเปล่า ?"
"เซน..เหตุผลแค่นั้นมันไม่พอสำหรับใครหรอก" กิ๊กตอบชัดถ้อยชัดคำ ..ผมเข้าใจแล้ว
"เราไม่ได้มาขอให้กิ๊กเข้าสู่หนทางบาปเพื่อเรา .. ถ้ากิ๊กไม่สบายใจที่จะคบกับเรา ก็ไม่เป็นไร" ถึงจะเสียใจมาก แต่ผมก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเค้าอย่างที่ไอ้เบสท์บอก ผมหันหลังให้เค้าแล้วก้าวเดินออกมาช้าๆ .. ทั้งๆที่บอกตัวเองไว้ว่าผมไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้คนเดิม แต่ก็ทำได้แค่นี้จริงๆ
"แต่มันแย่ที่สุด..ที่เหตุผลแค่นั้น มันพอสำหรับเรา" เสียงกิ๊กแว่วตามหลัง
ขาผมชะงัก.. ผมทำอะไรไม่ถูก.. ตาผมลุกวาว แล้วสมองผมก็ประมวลผลในสิ่งที่กิ๊กพูด! .. ตอนนี้น้ำตาแห่งความปลื้มใจมันล้นทะลักดวงตาของผมออกมา
ไม่นานเท่าไหร่ ผมก็สัมผัสได้ถึงสองแขนที่สอดเข้ามาจากทางด้านหลัง รวบมากอดตรงพุงผมไว้ พร้อมกับใบหน้าที่ซุกอยู่ที่หลังผม .. กิ๊กสูงแค่คอผมเท่านั้น
"ถ้าไม่ใช่เพราะเซน เราก็จะไม่ยอมทรยศต่อพระองค์เด็ดขาด"
กิ๊กเลือกผม..และยอมทิ้งบทบัญญัติข้อนี้ไว้เบื้องหลัง .. มันยิ่งทำให้ผมซึ้งและขอบคุณในความรักที่เค้ามีต่อผมจริงๆ ..ผมขอสัญญากับตัวเองว่าผมจะดูแลเค้าให้ดีที่สุด เท่าที่กำลังผมจะทำได้
และถึงแม้ผมจะหักหลังใครก็ตาม .. แต่คนๆเดียวที่ผมจะไม่มีทางหักหลังก็คือน้องลักยิ้มของผม!
วันต่อๆมา ชีวิตเรากลับสู่สภาพปกติ กิ๊กยังไปมาหาสู่กับชมรมผมเสมอ ..แต่สิ่งนึงที่เปลี่ยนไปคือกิ๊กไม่ยอมให้ผมไปชมรมคริสต์อีก ผมเข้าใจในข้อนี้ดี และไม่คิดจะถามต่อความยาวอะไร
"เคลียร์กันได้แล้วเหรอวะ" ไอ้เตอร์ถาม .. นอกจากไอ้เตอร์แล้วไม่มีใครรู้ว่าผมใช้วิธีอะไรจีบกิ๊ก
"อืม..แฮปปี้เอนดิ้ง"
"ดีจวยด้วยเว้ยย" มันตบบ่าผมเบาๆ ว่าแต่ไอ้ห่านี่ชอบใช้คำอะไรจัญไรอยู่เรื่อย!
"มึงไม่ต้องเสียจวยกับกูอีกแล้ว" เอ๋าาา ตูก็ยังเสือกเล่นกับมันอีก!
แล้วไอ้น้องกุมารห้าแยกที่เคยเป็นคู่กรณีกับผม ซึ่งเพิ่งทราบภายหลังว่ามันชื่อ ไอ้เดียร์ มันก็เดินเข้ามาหาพวกผม .. เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น เพราะนิสัยมันก็กวนตีนๆ น่าเขกกบาลดี
"พี่เซน ผมแบบว่าไปปิ๊งสาวว่ะพี่ จะจีบไงดี" ไอ้เชี่ยนี่เป็นไส้เดือนเหรอมึงเนี่ย หญิงก็ได้ ชายก็เอา
"แต่แบบ เค้าเป็นมุสลิมอะ พี่ว่าผมจะแกล้งเนียนไปละหมาดกับเค้าดีมั้ย"
"มึงอย่าใช้วิธีนี้เลยว่ะ เชื่อกูสิ" ผมตอบ..
,,,, END ,,,,
- ---------------------- -- - -
อยากเห็นลีลาการตอบคำถามของตัวละคร แวะเข้าไปชมกันได้ค่ะ
Character FAQเรื่องนี้ แต่ปิดFAQแล้วนะคะ
